ทำการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่แค่ยิง Ads

ทำการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่แค่ยิง Ads

Table of Contents

ทำการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่แค่ยิง Ads

        ในยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย การยิงโฆษณา (Ads) กลายเป็นวิธีที่หลายๆ ธุรกิจเลือกใช้เพื่อดึงดูดลูกค้า
แต่หากพิจารณาอย่างละเอียด เราจะพบว่าการพึ่งโฆษณา (Ads) อย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป

ทำไมการตลาดออนไลน์ถึงไม่ใช่แค่การยิง Ads?

       เพราะการตลาดออนไลน์มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องควบคุม และการตลาดออนไลน์เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การยิงโฆษณาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์เท่านั้น เพื่อให้การตลาดออนไลน์ประสบความสำเร็จ ธุรกิจจำเป็นต้องมีการวางแผน
กลยุทธ์ที่ครอบคลุมและเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

  • การตลาดออนไลน์คือการสร้างความสัมพันธ์: การตลาดออนไลน์ไม่ได้จบลงเพียงแค่การสร้างยอดขาย แต่ยังรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
    กับลูกค้า การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและจดจำ การสร้างชุมชนออนไลน์ และการสร้างความผูกพันระยะยาว
  • การตลาดออนไลน์คือการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า: การสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจจะช่วยดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาหาเราได้เอง
    โดยไม่ต้องพึ่งพาการลงโฆษณาเพียงอย่างเดียว
  • การตลาดออนไลน์คือการวิเคราะห์และปรับปรุง: การตลาดออนไลน์ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวัดผลลัพธ์และปรับปรุงกลยุทธ์
    ให้ดียิ่งขึ้น
  • การตลาดออนไลน์คือการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค: การทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าจะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์แคมเปญ
    การตลาดที่ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ถ้าผลลัพธ์ที่ได้มากับค่าโฆษณาสวนทางกัน คุณกำลังแก้ไขปัญหาผิดจุดหรือเปล่า? 

     การลงทุนงบประมาณจำนวนมากไปกับการยิงโฆษณา (Ads) โดยหวังว่าจะได้ลูกค้ากลับมาอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งกลับพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มค่า
กับเงินที่จ่ายไป อีกทั้ง การหยุดยิงโฆษณา (Ads) มักส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะการสร้างลูกค้าใหม่ๆ ผ่านโฆษณา(Ads) ต้องอาศัย
งบประมาณอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีโฆษณา (Ads) ก็ไม่มีลูกค้า ทำให้ธุรกิจอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แก้ไขไม่ถูกจุด จนถึงทางตัน
ซึ่งหลายธุรกิจที่ไม่ได้เข้าใจการตลาดออนไลน์แบบจริงจัง มักประสบปัญหาเหล่านี้

องค์ประกอบสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่มากกว่าการยิง Ads

    การยิงโฆษณา (Ads) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น แต่การจะประสบความสำเร็จในระยะยาว
การตลาดออนไลน์ต้องประกอบไปด้วย
องค์ประกอบที่หลากหลายและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. การตลาดบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing) : ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter,
    TikTok, YouTube เป็นต้น ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแบรนด์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างความสัมพันธ์ และกระตุ้น
    ให้เกิดการซื้อและเลือกใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เหมาะสมกับธุรกิจ จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    .
  2. การสร้างแบรนด์ (Branding) : สร้างภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับธุรกิจทุกขนาด
    การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและยั่งยืนได้ในระยะยาว
    .
  3. การสร้างเนื้อหา (Content Marketing) : สร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและน่าสนใจ เช่น บทความ บล็อก วิดีโอ อินโฟกราฟิก เพื่อดึงดูดและ
    รักษาลูกค้า และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ มีประสิทธิภาพใน
    การสร้างแบรนด์และดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ

    .
  4. การเล่าเรื่อง (Storytelling) : การใช้เรื่องราวในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้บริโภค เปลื่ยนการนำเสนอ
    ข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น

    .
  5. การดึงดูดลูกค้า (Inbound Marketing) : เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่การให้คุณค่าแก่ลูกค้า
    ก่อนที่จะคาดหวังผลตอบแทน ทำให้ลูกค้ายินดีที่จะเลือกใช้สินค้าและบริการของเรา
    .
  6. การตลาดผ่านทางอีเมล (Email Marketing) : ส่งอีเมลถึงลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง
    และมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า
    .
  7. การจัดอันดับเว็บไซต์ SEO (Search Engine Optimization) : ปรับปรุงเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google
    เพื่อเพิ่มการมองเห็นของเว็บไซต์

    .
  8. การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) : วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัดผลลัพธ์และปรับปรุงกลยุทธ์ให้ตรงจุด และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

—————————-

หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมทำการตลาดออนไลน์ เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน

ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet

#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #Content marketing

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจอื่นๆของเรา

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไม ยิ่งเราทุ่มเทแรงกายแรงใจผลิตคอนเทนต์ลงเพจมากเท่าไหร่ แต่บางครั้งยอดคนเห็นกลับดิ่งลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย หลายธุรกิจในปัจจุบันกำลังติดอยู่ในวังวนของการแข่งขันกับความเร็ว แล้วเชื่อว่ากุญแจสำคัญในการทำออนไลน์คือความถี่ในการนำเสนอ จนมองหาคนมารับทำการตลาดที่สัญญาว่าจะโพสต์ให้ได้วันละหลายๆ คอนเทนต์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์กลับกลายเป็นความเงียบเหงาที่ไม่มีใครตอบรับ เพจเริ่มเงียบ ยอดขายเริ่มนิ่ง ทั้งที่ทีมงานขยันอัปเดตข้อมูลแทบจะทุกชั่วโมง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เกิดจากเส้นผมบังภูเขาที่คนทำธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามไปต่างหาก สิ่งที่ผมเจอบ่อยเวลาพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ คือความกังวลใจเรื่องเมทริกซ์หลังบ้านที่ดูไม่สอดคล้องกับความตั้งใจ บางบริษัทถึงขั้นเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ดูแลมาแล้วหลายคนเพราะแก้ปัญหายอดการมองเห็นไม่ได้ ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในเอเจนซี่มาหลายปี ผมบอกได้เลยว่านี่คือ Pain Point คลาสสิกที่แบรนด์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ และมุมมองของคนทำงานในเอเจนซี่โฆษณาอย่างพวกผม มักจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหานี้ด้วยการกลับไปรื้อข้อมูลดิบมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพราะความจริงที่โหดร้ายในโลกดิจิทัลจริงๆ ก็คือการสาดคอนเทนต์ลงไปปริมาณมากๆ ไม่ได้แปลว่าอัลกอริทึ่มจะฟีดเนื้อหาของคุณให้ผู้คนเห็นมากขึ้น ในหลายครั้งมันกลับส่งผลเชิงลบ ทำลายประสิทธิภาพของเพจด้วยซ้ำไป วันนี้ผมจะพาทุกคนมาเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของระบบอย่างตรงไปตรงมา ว่าทำไมกลยุทธ์การโพสต์บ่อยจึงไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป และเราควรต้องปรับตัวชี้วัดอะไรบ้างก่อนที่จะตัดสินใจปรับเปลี่ยนทิศทางคอนเทนต์บนพื้นที่ออนไลน์ของคุณ โพสต์ถี่ ทำไม Reach กลับลดลง หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่าจำนวนเนื้อหาแปรผันตรงกับยอดการมองเห็น โดยคิดเอาเองว่ายิ่งสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคมากเท่าไหร่ โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเลื่อนฟีดมาเจอก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีระบบคัดกรองที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นด่านแรกที่คนทำธุรกิจต้องเรียนรู้ Reach และ Engagement ต่างกันอย่างไร เวลาวิเคราะห์เพจ ผมมักเริ่มจากการปรับความเข้าใจเรื่องฐานรากของสองคำนี้ใหม่เสมอ เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน Reach คือจำนวน “คน” หรือบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งมีโอกาสมองเห็นโพสต์ของคุณอย่างน้อยหนึ่งครั้ง […]

หลายๆ คนที่ยิงแอด อาจจะเคยเจอปัญหาแบบนี้กันใช่ไหมครับ? ที่ยิงแอดไปก็ค่าคลิกแพงขึ้นทุกวันแต่ยอดโอนกลับนิ่งสนิท หรือบางทีหน้าแดชบอร์ดก็โชว์ว่าคนทักอินบ็อกซ์มารัวๆ แต่พอเอาเข้าจริง ทีมเซลส์กลับปิดการขายไม่ได้เลยสักออเดอร์ พอเห็นตัวเลข ROAS (Return on Ad Spend) ค่อยๆ ร่วงลงเรื่อยๆ หลายคนก็เริ่มถอดใจ แล้วหันไปโทษว่าแพลตฟอร์มปรับอัลกอริทึมบ้างล่ะ หรือคู่แข่งในตลาดตัดราคาบ้างล่ะ แต่เอาจริงๆ นะครับ จากประสบการณ์ที่ผมขลุกอยู่กับหลังบ้านของลูกค้ามาหลายปี ผมพบว่าปัญหาใหญ่มันไม่ได้เกิดจากระบบของ Facebook หรือ Google เลยครับ แต่มันเกิดจาก “ความเชื่อผิด ๆ” ที่ฝังหัวเจ้าของธุรกิจหลายคนต่างหาก ซึ่งในตอนที่ลูกค้าตัดสินใจเข้ามาปรึกษาทีมรับทำการตลาด สิ่งแรกที่ผม และทีมมักจะทำ ไม่ใช่การรีบเปิดคอมพิวเตอร์แล้วกดสร้างแคมเปญใหม่ให้ทันทีนะครับ แต่เราต้องมานั่งจับเข่าคุยเพื่อเคลียร์วิธีคิดกันใหม่ก่อนเลย และนี่คือ 5 ความเชื่อสุดคลาสสิกที่ผมเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นความเชื่อที่ทำให้หลายธุรกิจต้องยอมจ่ายเงินทิ้งไปฟรีๆ ซึ่งผมอยากเอามาแชร์ให้ทุกคนลองเช็กตัวเองดูครับว่า เรากำลังเผลอทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือเปล่า ใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน  ลองนึกภาพตามผมนะครับ สมมุติว่ามีธุรกิจ A กับธุรกิจ B ขายสินค้าประเภทเดียวกันเป๊ะ กลุ่มลูกค้าก็คล้ายๆ กัน แถมยังใช้ฟีเจอร์ยิงแอดในระบบเดียวกันทุกปุ่ม แต่ทำไมผลลัพธ์ตอนสิ้นเดือนถึงได้ออกมาต่างกันราวฟ้ากับเหว? หลายคนอาจจะคิดว่า อ๋อ […]

เวลาที่ยอดขายเริ่มนิ่งหรือกราฟรายได้ไม่วิ่งตามเป้าหมาย สิ่งแรกที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะนึกถึงคือการเพิ่มงบประมาณโฆษณา หรือพยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้นใช่ไหมครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยล่ะ เพราะในยุคนี้ใครๆ ก็อยากเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้เร็วที่สุดกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่ผมเจอบ่อยมากจากการทำงานเบื้องหลังแคมเปญต่างๆ คือ หลายครั้งธุรกิจทุ่มเทแรงกาย และเม็ดเงินไปแต่ผลลัพธ์กลับไม่สะท้อนกลับมาเป็นยอดขายอย่างที่ควรจะเป็น เพราะปัญหาหลักของการทำการตลาดออนไลน์ที่ไม่เห็นผล ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการตั้งค่าแคมเปญที่ไม่ดี หรือการทำรูปภาพโฆษณาที่ไม่สวยงามหรอกนะครับ แต่บ่อยครั้งมันเกิดจากพื้นฐานของธุรกิจเรายังไม่พร้อมสำหรับการขยายผลบนโลกออนไลน์ต่างหาก การรีบอัดฉีดเงินโฆษณาโดยที่โครงสร้างหลังบ้านยังมีจุดสะดุด ก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำลงในถังที่มีรอยรั่ว ต่อให้คุณพยายามหาน้ำมาเติมมากแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะค่อยๆ ซึมหายไปอยู่ดีครับ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มงบก้อนใหญ่ หรือเริ่มมองหาทีมงานมารับทำการตลาดให้ ผมอยากชวนทุกคนมาลองถอยหลังมาหนึ่งก้าว แล้วทำการ “X-Ray” ธุรกิจของตัวเองอย่างละเอียดดูสักครั้งครับ การกลับมาทบทวนรากฐานเหล่านี้ไม่ใช่การจับผิดใคร แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่ออุดรอยรั่ว และทำให้มั่นใจว่าทุกงบประมาณในการทำการตลาดออนไลน์ของคุณ จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด 5 จุด X-Ray เช็คโครงสร้างก่อนเริ่มการตลาดออนไลน์ การตรวจสอบโครงสร้างของธุรกิจก่อนเริ่มยิงโฆษณา คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นครับ ว่าระบบหลังบ้านของเราพร้อมที่จะรับมือกับลูกค้า และงบประมาณที่จะจ่ายไปแล้วหรือยัง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเวลาเอเจนซี่โฆษณารับบรีฟงานมา เรามองหาอะไรบ้าง นี่คือ 5 เช็คลิสต์สำคัญที่ผมมักจะใช้สแกนหาจุดอ่อนของธุรกิจ ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจบริการ ขายสินค้า B2B หรือ B2C ก็สามารถนำโครงสร้างนี้ไปวิเคราะห์ธุรกิจตัวเองได้เลยครับ รู้จักกลุ่มเป้าหมายจริงหรือยัง? หนึ่งในความท้าทายที่ผมมักจะพบเวลาเริ่มโปรเจกต์ใหม่ คือการระบุตัวตนของลูกค้าครับ หลายธุรกิจมีความตั้งใจที่ดีที่อยากจะมอบสินค้าให้กับทุกคน จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้กว้างมากๆ แต่ในเชิงการทำงานจริง […]

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเจอปัญหายอดขายไม่ขยับ และเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมโพสต์คอนเทนต์ไปแล้วคนเห็นน้อยลง หรือยิงโฆษณาไปตั้งเยอะทำไมค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่ยอดขายเท่าเดิม ผมบอกเลยว่าคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียวครับ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในฝั่งเอเจนซี่โฆษณามาหลายปี ผมเจอลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหานี้แทบทุกวัน เพราะโลกของการทำการตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อัลกอริทึมปรับตัวตลอดเวลา จนหลายๆ แบรนด์พยายามหาคำตอบว่าตกลงแล้วกลยุทธ์แบบ Organic ที่เน้นสร้างคอนเทนต์ให้โตตามธรรมชาติ หรือกลยุทธ์แบบ Paid ที่เน้นจ่ายเงินซื้อโฆษณา แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ และวิธีคิดจากคนทำงานจริง มาดูกันว่าในมุมมองของผู้ให้บริการรับทำการตลาดเราวางกลยุทธ์เรื่องนี้กันอย่างไร และบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำมีวิธีตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อขยายธุรกิจให้ลูกค้ากันแบบไหนบ้างครับ Organic vs Paid ความจริงที่ไม่มีใครเคยบอก เวลาเราวางแผนกลยุทธ์ เราจะไม่มองแค่ว่าอันไหนเสียเงินหรืออันไหนฟรี แต่วิธีที่เอเจนซี่โฆษณามองเครื่องมือสองตัวนี้ คือการมองถึงหน้าที่ของมันในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายครับ Organic ไม่ได้ฟรีอย่างที่คิด หลายคนมักเข้าใจว่า Organic คือการทำรูปหรือวิดีโอโพสต์ลงเพจโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา และถือว่าทำได้ฟรี แต่ในมุมของการทำการตลาดออนไลน์เชิงลึก Organic คือการปูรากฐานความน่าเชื่อถือครับ มันคือการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ ผมมักจะบอกลูกค้าเสมอว่า Organic ไม่ได้ฟรีจริงหรอกครับ เพราะเบื้องหลังคอนเทนต์ที่คนแชร์เยอะๆ มันแลกมาด้วยเวลา และต้นทุนในการผลิตมหาศาล ทั้งค่าตัวทีมงาน กราฟิก และทีมรับทำการตลาดที่ต้องมาวิเคราะห์เทรนด์ ดังนั้น Organic จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับแบรนด์ต่างหากครับ Paid ไม่ใช่สูตรสำเร็จการันตียอด ในทางกลับกัน Paid Social […]