3 วิธีเบื้องต้น การตลาดออฟไลน์สู่ การตลาดออนไลน์

Table of Contents

เทคโนโลยีก้าวหน้า ส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมเข้าหาแพลตฟอร์มออนไลน์กันมากขึ้น เรื่องนี้ทำให้ การก้าวเข้ามาทำการตลาดบนโลกออนไลน์ กลายมาเป็นเรื่องที่แบรนด์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยใช้ต้นทุนที่ถูกลง เราจะเห็นได้จากธุรกิจและร้านค้า ที่มีลักษณะแบบออฟไลน์หลายเจ้า ต่างก็พยายามเข้ามามีตัวตน บนโลกออนไลน์กันมากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องการสื่อสาร และการขาย ที่นอกเหนือไปจากการขายแบบหน้าร้านสาขา และจะได้เป็นการเพิ่มโอกาสในการเจอกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าอีกด้วย

แต่จากผลสำรวจพบว่า ปัจจุบันธุรกิจท้องถิ่นกว่าครึ่งยังไม่เห็นความสำคัญของ การตลาดออนไลน์ เพราะมองว่า การตลาดออนไลน์ เป็นเรื่องของธุรกิจขนาดใหญ่ องค์กรขนาดใหญ่ แต่ล่าสุดจากการวิจัยของ Verisign แสดงให้เห็นว่า 91% ของผู้บริโภค ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการท้องถิ่น ถ้าธุรกิจท้องถิ่นของคุณยังคงเป็นแบบออฟไลน์ คุณก็ควรจะเริ่มทำ การตลาดออนไลน์ หากไม่อยากจะพลาดลูกค้าจำนวนมากเหล่านี้

  1. เพิ่มธุรกิจของคุณไปยัง Online Directories ถ้าคุณยังคงสนใจอยู่กับสมุดหน้าเหลืองเล่มหนา ๆ คุณอาจจะพลาดโอกาสหลาย ๆ อย่างไป ปัจจุบันนี้มีลูกค้าหลายรายเปิด Online Directories เป็นสิ่งแรก เพื่อที่พวกเขาจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ อย่างน้อยธุรกิจของคุณควรจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่แสดงให้พวกเขาเห็นผ่านการค้นหาดังนี้
  • Search Engine Directories: รวบรวมข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจท้องถิ่นของคุณไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และเวลาเปิดให้บริการ เช่น Google My Business, Bing Places for Business หรือ Yahoo! Local
  • Local Directories: บอกเกี่ยวกับธุรกิจของคุณบนเว็บไซต์ที่มีการรวบรวมข้อมูลค่อนข้างเฉพาะเช่น ค้นหาจากชื่อเมือง หรือเขตที่อยู่ ตัวอย่างเช่น com, Citysearch และ Local.com
  • Review-Centric Directories: ถ้าคุณต้องอาศัยการรีวิวของลูกค้าในการขับเคลื่อนธุรกิจ ควรให้ความสำคัญกับเว็บไซต์การจัดอันดับและรีวิวของลูกค้าด้วย มีหลายเว็บไซต์ยอดนิยมที่ให้ลงทะเบียนฟรีเช่น Yelp, Angie’s List และ Marchant Circle
  • Industry-Specific Directories: ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างเฉพาะ วิธีที่จะค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วคือการใส่คีย์เวิร์ด ผลการค้นหาจะเชื่อมโยงก็กับ Directories ที่คุณสนใจ

ด้วยการที่ Directories มีให้เลือกมากมาย ไม่จำเป็นว่าจะต้องลงไปทุกอัน เพียงแค่เลือก 1 หรือ 2 ตัวเลือกที่คุณคิดว่าลูกค้าใช้มากที่สุดก็เพียงพอ

 

2.  สร้างหน้าเพจของคุณบน Social Media คนจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่บน Social Network ที่ซึ่งคุณสามารถเริ่มทำ การตลาดออนไลน์ ได้อย่างง่ายดาย แต่แพลตฟอร์มแบบไหนล่ะ ที่จะเหมาะกับธุรกิจของคุณ ช่องทาง Social Media มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งลักษณะและบริการ ดังนั้นการที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จจึงต้องเลือกใช้ Social Media ที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ การโฆษณาผ่าน Social Media สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะให้เห็นโฆษณาได้ จึงเป็นช่องทางที่จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

 

3.  Email Marketing เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมการตลาดอื่น ๆ หลายช่องทาง การทำ Email Marketing ในลักษณะแจ้งโปรโมชั่นหรือส่วนลดพิเศษ จะส่งผลให้เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้น และสิ่งสำคัญของ Email Marketing สามารถวัดผลโฆษณาได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของการตลาดออนไลน์ โดยเข้าไปดูสถิติว่า Email ที่ส่งไปนั้นมีการเปิดอ่านแค่ไหน สนใจ หรือคลิกเข้าร่วมกิจกรรมของเรามากแค่ไหน อย่าลืมว่าการทำ Email Marketing ที่ดีนั้นคอนเทนต์ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับกิจกรรม ไม่ใช่เน้นแค่การขายเพียงอย่างเดียว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจอื่นๆของเรา

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไม ยิ่งเราทุ่มเทแรงกายแรงใจผลิตคอนเทนต์ลงเพจมากเท่าไหร่ แต่บางครั้งยอดคนเห็นกลับดิ่งลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย หลายธุรกิจในปัจจุบันกำลังติดอยู่ในวังวนของการแข่งขันกับความเร็ว แล้วเชื่อว่ากุญแจสำคัญในการทำออนไลน์คือความถี่ในการนำเสนอ จนมองหาคนมารับทำการตลาดที่สัญญาว่าจะโพสต์ให้ได้วันละหลายๆ คอนเทนต์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์กลับกลายเป็นความเงียบเหงาที่ไม่มีใครตอบรับ เพจเริ่มเงียบ ยอดขายเริ่มนิ่ง ทั้งที่ทีมงานขยันอัปเดตข้อมูลแทบจะทุกชั่วโมง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เกิดจากเส้นผมบังภูเขาที่คนทำธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามไปต่างหาก สิ่งที่ผมเจอบ่อยเวลาพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ คือความกังวลใจเรื่องเมทริกซ์หลังบ้านที่ดูไม่สอดคล้องกับความตั้งใจ บางบริษัทถึงขั้นเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ดูแลมาแล้วหลายคนเพราะแก้ปัญหายอดการมองเห็นไม่ได้ ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในเอเจนซี่มาหลายปี ผมบอกได้เลยว่านี่คือ Pain Point คลาสสิกที่แบรนด์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ และมุมมองของคนทำงานในเอเจนซี่โฆษณาอย่างพวกผม มักจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหานี้ด้วยการกลับไปรื้อข้อมูลดิบมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพราะความจริงที่โหดร้ายในโลกดิจิทัลจริงๆ ก็คือการสาดคอนเทนต์ลงไปปริมาณมากๆ ไม่ได้แปลว่าอัลกอริทึ่มจะฟีดเนื้อหาของคุณให้ผู้คนเห็นมากขึ้น ในหลายครั้งมันกลับส่งผลเชิงลบ ทำลายประสิทธิภาพของเพจด้วยซ้ำไป วันนี้ผมจะพาทุกคนมาเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของระบบอย่างตรงไปตรงมา ว่าทำไมกลยุทธ์การโพสต์บ่อยจึงไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป และเราควรต้องปรับตัวชี้วัดอะไรบ้างก่อนที่จะตัดสินใจปรับเปลี่ยนทิศทางคอนเทนต์บนพื้นที่ออนไลน์ของคุณ โพสต์ถี่ ทำไม Reach กลับลดลง หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่าจำนวนเนื้อหาแปรผันตรงกับยอดการมองเห็น โดยคิดเอาเองว่ายิ่งสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคมากเท่าไหร่ โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเลื่อนฟีดมาเจอก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีระบบคัดกรองที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นด่านแรกที่คนทำธุรกิจต้องเรียนรู้ Reach และ Engagement ต่างกันอย่างไร เวลาวิเคราะห์เพจ ผมมักเริ่มจากการปรับความเข้าใจเรื่องฐานรากของสองคำนี้ใหม่เสมอ เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน Reach คือจำนวน “คน” หรือบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งมีโอกาสมองเห็นโพสต์ของคุณอย่างน้อยหนึ่งครั้ง […]

หลายๆ คนที่ยิงแอด อาจจะเคยเจอปัญหาแบบนี้กันใช่ไหมครับ? ที่ยิงแอดไปก็ค่าคลิกแพงขึ้นทุกวันแต่ยอดโอนกลับนิ่งสนิท หรือบางทีหน้าแดชบอร์ดก็โชว์ว่าคนทักอินบ็อกซ์มารัวๆ แต่พอเอาเข้าจริง ทีมเซลส์กลับปิดการขายไม่ได้เลยสักออเดอร์ พอเห็นตัวเลข ROAS (Return on Ad Spend) ค่อยๆ ร่วงลงเรื่อยๆ หลายคนก็เริ่มถอดใจ แล้วหันไปโทษว่าแพลตฟอร์มปรับอัลกอริทึมบ้างล่ะ หรือคู่แข่งในตลาดตัดราคาบ้างล่ะ แต่เอาจริงๆ นะครับ จากประสบการณ์ที่ผมขลุกอยู่กับหลังบ้านของลูกค้ามาหลายปี ผมพบว่าปัญหาใหญ่มันไม่ได้เกิดจากระบบของ Facebook หรือ Google เลยครับ แต่มันเกิดจาก “ความเชื่อผิด ๆ” ที่ฝังหัวเจ้าของธุรกิจหลายคนต่างหาก ซึ่งในตอนที่ลูกค้าตัดสินใจเข้ามาปรึกษาทีมรับทำการตลาด สิ่งแรกที่ผม และทีมมักจะทำ ไม่ใช่การรีบเปิดคอมพิวเตอร์แล้วกดสร้างแคมเปญใหม่ให้ทันทีนะครับ แต่เราต้องมานั่งจับเข่าคุยเพื่อเคลียร์วิธีคิดกันใหม่ก่อนเลย และนี่คือ 5 ความเชื่อสุดคลาสสิกที่ผมเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นความเชื่อที่ทำให้หลายธุรกิจต้องยอมจ่ายเงินทิ้งไปฟรีๆ ซึ่งผมอยากเอามาแชร์ให้ทุกคนลองเช็กตัวเองดูครับว่า เรากำลังเผลอทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือเปล่า ใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน  ลองนึกภาพตามผมนะครับ สมมุติว่ามีธุรกิจ A กับธุรกิจ B ขายสินค้าประเภทเดียวกันเป๊ะ กลุ่มลูกค้าก็คล้ายๆ กัน แถมยังใช้ฟีเจอร์ยิงแอดในระบบเดียวกันทุกปุ่ม แต่ทำไมผลลัพธ์ตอนสิ้นเดือนถึงได้ออกมาต่างกันราวฟ้ากับเหว? หลายคนอาจจะคิดว่า อ๋อ […]

เวลาที่ยอดขายเริ่มนิ่งหรือกราฟรายได้ไม่วิ่งตามเป้าหมาย สิ่งแรกที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะนึกถึงคือการเพิ่มงบประมาณโฆษณา หรือพยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้นใช่ไหมครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยล่ะ เพราะในยุคนี้ใครๆ ก็อยากเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้เร็วที่สุดกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่ผมเจอบ่อยมากจากการทำงานเบื้องหลังแคมเปญต่างๆ คือ หลายครั้งธุรกิจทุ่มเทแรงกาย และเม็ดเงินไปแต่ผลลัพธ์กลับไม่สะท้อนกลับมาเป็นยอดขายอย่างที่ควรจะเป็น เพราะปัญหาหลักของการทำการตลาดออนไลน์ที่ไม่เห็นผล ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการตั้งค่าแคมเปญที่ไม่ดี หรือการทำรูปภาพโฆษณาที่ไม่สวยงามหรอกนะครับ แต่บ่อยครั้งมันเกิดจากพื้นฐานของธุรกิจเรายังไม่พร้อมสำหรับการขยายผลบนโลกออนไลน์ต่างหาก การรีบอัดฉีดเงินโฆษณาโดยที่โครงสร้างหลังบ้านยังมีจุดสะดุด ก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำลงในถังที่มีรอยรั่ว ต่อให้คุณพยายามหาน้ำมาเติมมากแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะค่อยๆ ซึมหายไปอยู่ดีครับ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มงบก้อนใหญ่ หรือเริ่มมองหาทีมงานมารับทำการตลาดให้ ผมอยากชวนทุกคนมาลองถอยหลังมาหนึ่งก้าว แล้วทำการ “X-Ray” ธุรกิจของตัวเองอย่างละเอียดดูสักครั้งครับ การกลับมาทบทวนรากฐานเหล่านี้ไม่ใช่การจับผิดใคร แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่ออุดรอยรั่ว และทำให้มั่นใจว่าทุกงบประมาณในการทำการตลาดออนไลน์ของคุณ จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด 5 จุด X-Ray เช็คโครงสร้างก่อนเริ่มการตลาดออนไลน์ การตรวจสอบโครงสร้างของธุรกิจก่อนเริ่มยิงโฆษณา คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นครับ ว่าระบบหลังบ้านของเราพร้อมที่จะรับมือกับลูกค้า และงบประมาณที่จะจ่ายไปแล้วหรือยัง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเวลาเอเจนซี่โฆษณารับบรีฟงานมา เรามองหาอะไรบ้าง นี่คือ 5 เช็คลิสต์สำคัญที่ผมมักจะใช้สแกนหาจุดอ่อนของธุรกิจ ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจบริการ ขายสินค้า B2B หรือ B2C ก็สามารถนำโครงสร้างนี้ไปวิเคราะห์ธุรกิจตัวเองได้เลยครับ รู้จักกลุ่มเป้าหมายจริงหรือยัง? หนึ่งในความท้าทายที่ผมมักจะพบเวลาเริ่มโปรเจกต์ใหม่ คือการระบุตัวตนของลูกค้าครับ หลายธุรกิจมีความตั้งใจที่ดีที่อยากจะมอบสินค้าให้กับทุกคน จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้กว้างมากๆ แต่ในเชิงการทำงานจริง […]

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเจอปัญหายอดขายไม่ขยับ และเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมโพสต์คอนเทนต์ไปแล้วคนเห็นน้อยลง หรือยิงโฆษณาไปตั้งเยอะทำไมค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่ยอดขายเท่าเดิม ผมบอกเลยว่าคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียวครับ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในฝั่งเอเจนซี่โฆษณามาหลายปี ผมเจอลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหานี้แทบทุกวัน เพราะโลกของการทำการตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อัลกอริทึมปรับตัวตลอดเวลา จนหลายๆ แบรนด์พยายามหาคำตอบว่าตกลงแล้วกลยุทธ์แบบ Organic ที่เน้นสร้างคอนเทนต์ให้โตตามธรรมชาติ หรือกลยุทธ์แบบ Paid ที่เน้นจ่ายเงินซื้อโฆษณา แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ และวิธีคิดจากคนทำงานจริง มาดูกันว่าในมุมมองของผู้ให้บริการรับทำการตลาดเราวางกลยุทธ์เรื่องนี้กันอย่างไร และบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำมีวิธีตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อขยายธุรกิจให้ลูกค้ากันแบบไหนบ้างครับ Organic vs Paid ความจริงที่ไม่มีใครเคยบอก เวลาเราวางแผนกลยุทธ์ เราจะไม่มองแค่ว่าอันไหนเสียเงินหรืออันไหนฟรี แต่วิธีที่เอเจนซี่โฆษณามองเครื่องมือสองตัวนี้ คือการมองถึงหน้าที่ของมันในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายครับ Organic ไม่ได้ฟรีอย่างที่คิด หลายคนมักเข้าใจว่า Organic คือการทำรูปหรือวิดีโอโพสต์ลงเพจโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา และถือว่าทำได้ฟรี แต่ในมุมของการทำการตลาดออนไลน์เชิงลึก Organic คือการปูรากฐานความน่าเชื่อถือครับ มันคือการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ ผมมักจะบอกลูกค้าเสมอว่า Organic ไม่ได้ฟรีจริงหรอกครับ เพราะเบื้องหลังคอนเทนต์ที่คนแชร์เยอะๆ มันแลกมาด้วยเวลา และต้นทุนในการผลิตมหาศาล ทั้งค่าตัวทีมงาน กราฟิก และทีมรับทำการตลาดที่ต้องมาวิเคราะห์เทรนด์ ดังนั้น Organic จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับแบรนด์ต่างหากครับ Paid ไม่ใช่สูตรสำเร็จการันตียอด ในทางกลับกัน Paid Social […]