ผ่าเทรนด์การตลาด 2026 มุมมองลับฉบับเอเจนซี่

Table of Contents

     ผ่านปีใหม่มาได้แค่เดือนนิดๆ แต่ผมเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายคนเริ่มเหงื่อตกกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใครรู้สึกว่าเปิดปีมาปุ๊บ การทำธุรกิจมันฝืดผิดปกติ ยิงแอดงบเท่าเดิมแต่ยอดไม่ขยับ หรือลูกค้าที่เคยซื้อง่ายๆ เริ่มหายหน้าหายตาไป ผมบอกตรงนี้เลยว่าคุณไม่ได้คิดไปเองครับ

     ในฐานะที่ผมได้มีโอกาสได้นั่งหัวโต๊ะประชุมวางแผนทำการตลาดออนไลน์ Q1-Q2 ให้กับลูกค้า ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ชัดเจนมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ลูกค้าหลายเจ้าเดินเข้ามาหาผมที่เอเจนซี่โฆษณาแล้วเปิดประโยคด้วยความกังวลว่า “เปิดปีมาเงียบมาก จะเอายังไงต่อดี?”

     บทความนี้ ผมเลยอยากชวนทุกคนมาผ่าเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ให้เห็นไส้ในว่าภายใต้คำศัพท์หรูๆ อย่าง AI หรือ Data นั้น ของจริงที่เราต้องเจอคืออะไร และแบรนด์ไทยต้องปรับตัวท่าไหนถึงจะรอด

บริบทของตลาด Digital ไทย “คนเยอะ แต่แยกกันอยู่”

     ก่อนจะไปดูว่าต้องทำอะไร เราลองมาดูสภาพการตลาดในบ้านเราตอนนี้กันก่อนครับ ถ้าดูแค่ตัวเลขผิวเผิน ใครๆ ก็บอกว่า Digital Marketing ไทยยังโตได้อีกแน่นอน แต่ในมุมคนทำงานจริงที่ต้องรับทำการตลาด ให้ลูกค้าทุกวันความน่ากลัวมันซ่อนอยู่ในรายละเอียดครับ

     เพราะในต้นปี 2026 นี้ บ้านเรามีคนใช้อินเทอร์เน็ตปาเข้าไป 67.8 ล้านคน หรือเกือบ 95% ของประเทศเลยล่ะครับ รวมถึงเข้าถึง Social Media อีก 56.6 ล้านคนด้วย ตัวเลขพวกนี้บอกว่าคนไทยแทบจะออนไลน์กัน 24 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งพฤติกรรมของคนในตอนนี้เปลี่ยนจากการอ่านมาเป็นดู และฟังแทบจะสมบูรณ์แบบแล้วด้วย

     แต่ความท้าทายที่ทำให้ผม และทีมเอเจนซี่โฆษณาต้องกุมขมับกันตั้งแต่ต้นปี คือพฤติกรรมการเล่นโซเชียลที่เปลี่ยนไปมากครับ

  • Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่คนยังเล่นเยอะสุดก็จริง แต่คนเริ่มเอาไว้แค่ส่องข่าวหรือดูว่าร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าเปิดอยู่ไหม ตั้งอยู่ที่ไหนเท่านั้น
  • LINE เลื่อนขั้นเป็นเคาน์เตอร์ปิดการขายที่ลูกค้าจะทักมาก็ต่อเมื่อเขาศึกษามาจนพอใจ และพร้อมจ่ายแล้วเท่านั้น
  • TikTok กลายเป็น Search Engine ของคนรุ่นใหม่ที่อยากรู้อะไรดูคลิปสั้นเอา ไม่เสียเวลาอ่าน
  • YouTube เป็นเหมือนห้องสมุดที่คนจะเข้ามาดูรีวิวแบบลึกซึ้ง ดูยาวๆ เพื่อความชัวร์ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนใหญ่

จะเห็นได้ว่าคนไทยตอนนี้กระจายตัวอยู่ทุกที่ครับ ทำให้คนที่ทำการตลาดออนไลน์ไม่สามารถใช้วิธีหว่านแหที่เดียวแล้วจบแบบเมื่อก่อนได้อีกแล้ว นี่คือโจทย์แรกที่ต้องรู้ตัวครับว่าปลาไม่ได้อยู่ในบ่อเดิมอีกต่อไป

เทรนด์โลก 2026 ที่กำลังส่งผลกระทบกับไทย

     หลายคนอาจจะคิดว่าเทรนด์โลกเป็นเรื่องไกลตัว แต่เชื่อผมเถอะครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้คุยกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ คลื่นลูกนี้มันกระทบไทยเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะ 5 เรื่องนี้ที่แบรนด์ไทยต้องรีบปรับจูน ไม่งั้นตกขบวนแน่ๆ

  1. ความสุขต้อง “เดี๋ยวนี้”

     ผู้บริโภคยุคนี้มีความเครียดสะสมจากสภาพเศรษฐกิจครับ เขาเลิกมองเป้าหมายไกลๆ แต่โหยหาความสุขรายวัน แบรนด์อย่าง British Airways ยังต้องปรับโปรแกรมสะสมแต้มให้แลกของได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น แบรนด์ไทยที่จ้างเอเจนซี่โฆษณาทำแคมเปญ Loyalty ผมมักจะแนะนำเสมอว่า “อย่าขายฝันระยะยาว แต่จงให้รางวัลเล็กๆ ที่จับต้องได้ทันที”

  1. AI เปลี่ยนวิธีค้นหา 

     หมดยุคพิมพ์ Keyword สั้นๆ แล้วครับ เดี๋ยวนี้คนเริ่มคุยกับ AI อย่าง Google Gemini เพื่อหาข้อมูล การค้นหามันซับซ้อน และลึกซึ้งขึ้นใครที่รับทำการตลาดโดยหวังพึ่งแค่ SEO แบบเดิมๆ ระวังจะตกม้าตาย เพราะ AI มันอ่านบริบทไม่ใช่นับแค่คำแล้ว

  1. ผู้บริโภคคือ Co-Creator 

     หมดยุค One-way Communication ที่แบรนด์พูดฝ่ายเดียวแล้วครับ ดูอย่างละครเวที EPIC: The Musical สิครับ แฟนคลับช่วยกันทำ Animation จนดังพลุแตกเลย ตอนนี้ในทีมเอเจนซี่โฆษณาของผมเวลาคิดงานเราต้องเผื่อที่ว่างให้ลูกค้าเข้ามาเล่นหรือแต่งเติมเสมอ ไม่ใช่ยัดเยียดให้ดูอย่างเดียว

  1. เทรนด์เก่าคือใหม่ 

     ในวันที่โลกวุ่นวาย อดีตคือพื้นที่ปลอดภัยครับ การนำของเก่ามาเล่าใหม่ในบริบทเดิมจึงทรงพลังมาก ใครมีของดีในกรุ จังหวะนี้แหละครับที่จะปัดฝุ่นออกมาเล่าใหม่ให้คนรุ่นนี้ฟัง

  1. ความยั่งยืนที่ “จับต้องได้” 

     เลิกทำ Campaign รักษ์โลกแบบหล่อๆ แต่จับต้องไม่ได้เถอะครับ ผู้บริโภคปี 2026 ฉลาดพอที่จะดูออก ถ้าจะขาย Green Marketing ต้องบอกให้ได้ว่ามันดีกับชีวิตเขาตรงไหน? ทนขึ้นไหม? ประหยัดเงินได้จริงหรือเปล่า? ให้ความยั่งยืนมันจับต้องได้จริงๆ จะดีที่สุดครับ

7 Pattern การตลาด Digital ไทย 2026

     คราวนี้ลองซูมกลับมาดูตลาดบ้านเราบ้างครับ จากประสบการณ์ที่ผมดูแลลูกค้าที่แวะเวียนมาให้ช่วย ทำการตลาดออนไลน์ ทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ ผมเริ่มเห็น ‘Pattern’ บางอย่างที่น่าสนใจ และอยากเอามาแชร์ให้เห็นภาพกันครับว่า หน้างานจริงๆ ตอนนี้มันเป็นยังไง และเราควรปรับจูนตรงไหนบ้าง

  1. AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงาน เรื่องที่ว่า AI จะมาแย่งงานไหม ตอนนี้ในวงการเราแทบไม่ได้คุยประเด็นนี้กันแล้วครับ แต่เรากำลังสนุกกับการใช้มันเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งมากกว่า ในทีมเอเจนซี่โฆษณาที่รับทำการตลาดของผม เราใช้ AI ช่วยสแกนข้อมูลคู่แข่ง และร่างโครงงาน ซึ่งช่วยลดเวลาทำงานไปได้เยอะมากเลยครับ แต่จุดที่น่าสนใจคือ สุดท้ายงานที่ลูกค้าซื้อจริงๆ ก็ยังต้องผ่านมือมนุษย์อยู่ดีครับ เพราะจริตคนไทย ความตลก หรือดราม่าที่พอดี ยังเป็นสิ่งที่ AI เลียนแบบได้ยากครับ
  2. พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป อันนี้เป็นข้อมูลที่น่าจับตามองมากครับ ผมสังเกตว่าเด็กรุ่นใหม่ หรือแม้แต่ลูกค้าทั่วไป เริ่มไม่ได้พุ่งไปที่ Google เป็นที่แรกแล้ว อยากหาร้านอร่อยไป TikTok อยากคุยรายละเอียดไป LINE ซึ่งตรงนี้เป็นโจทย์ให้คทำการตลาดออนไลน์ต้องลองขยายพื้นที่ครับ การพาตัวเองไปดักรอในแพลตฟอร์มเหล่านี้ อาจจะเพิ่มโอกาสในการเจอว่าที่ลูกค้าใหม่ๆ ได้มากกว่าแค่การทำ SEO บนเว็บอย่างเดียวครับ
  3. Creator คือ “เพื่อนคู่คิด” รูปแบบการทำงานกับ Influencer ก็เริ่มเปลี่ยนไปครับ จากเดิมที่เอเจนซี่โฆษณาที่รับทำการตลาดอาจจะเคยให้เขาถือสินค้าแล้วพูดตามสคริปต์ ตอนนี้ผมพบว่าแคมเปญที่ได้ผลดี คือการที่เราเปิดพื้นที่ให้เขาเป็นผู้ร่วมเล่าเรื่องครับ ให้เขาเล่าในสไตล์ของเขา ภาษาของเขา แม้จะดูดิบหน่อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเชื่อใจจากคนดูซึ่งมีค่ามากในยุคนี้ครับ
  4. เจาะกลุ่มเล็ก ได้ผลกว่าหว่านแห ยุคนี้คนไทยมีความชอบที่หลากหลายและเฉพาะกลุ่มมากๆ ครับ ทั้งสายมู สายแคมป์ปิ้ง หรือสาย Y2K จากสถิติหลังบ้านที่ผมเห็น การทำการตลาดออนไลน์แบบหว่านไปกว้างๆ เริ่มได้ผลน้อยลง เมื่อเทียบกับการทำการตลาดออนไลน์แบบเจาะไปที่กลุ่มเล็กๆ แต่โดนใจพวกเขาจริงๆ วิธีนี้มักจะได้ Engagement และยอดขายที่คุ้มค่ากว่าครับ
  5. วิดีโอสั้น เน้นความต่อเนื่อง คลิปไวรัลคลิปเดียวอาจจะสร้างชื่อได้ชั่วข้ามคืน แต่ความยั่งยืนอยู่ที่ความต่อเนื่องครับ ปีนี้ผมเห็นหลายแบรนด์เริ่มปรับวิธีคิดมาทำคอนเทนต์เป็น Series เหมือนรายการทีวีสั้นๆ ซึ่งข้อดีคือทำให้คนดูจดจำคาแรคเตอร์แบรนด์ได้ และอยากติดตามตอนต่อไป ทีมเอเจนซี่โฆษณายุคใหม่เลยมักจะแนะนำให้ลูกค้าวางผังรายการระยะยาว มากกว่าลุ้นยอดวิวเป็นคลิปๆ ไปครับ
  6. ข้อมูลลูกค้าคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ในวันที่แพลตฟอร์มต่างๆ ปรับอัลกอริทึมกันรายวัน การมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือเราเองถือเป็นความได้เปรียบครับ ไม่ว่าจะเป็น Friend ใน LINE OA หรือฐานข้อมูลสมาชิก สิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ที่แบรนด์ควบคุมได้เอง ซึ่งผมมักจะแนะนำให้ลูกค้าเริ่มเก็บสะสมไว้ครับ เพราะมันช่วยให้เราสื่อสารกับลูกค้าเก่าได้แม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาการยิงแอดเพียงอย่างเดียว
  7. ความคล่องตัว คือหัวใจสำคัญ สุดท้ายสิ่งที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดคือความเร็วในการปรับตัวครับ ในยุคที่การรับทำการตลาดแข่งกับเวลาแบบนี้ แบรนด์ที่มีแผนสำรอง หรือพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสถานการณ์รายสัปดาห์ มักจะทำผลงานได้ดีกว่าแบรนด์ที่ยึดติดกับแผนรายปีแบบตายตัวครับ ยุคนี้ความยืดหยุ่นถือเป็นกุญแจสำคัญจริงๆ ครับ

10 กลยุทธ์สำคัญสำหรับปี 2026

     เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมลองสรุปสิ่งที่ทางสมาคมการตลาดฯ พูดถึงผสมกับสิ่งที่ผมเจอหน้างานจริง ออกมาเป็น 10 ข้อที่ผมมักจะหยิบมาดูทบทวนกับทีมเสมอครับ ลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

  1. AI เริ่มคิดเอง ทำเอง เป็นแล้ว เดี๋ยวนี้ AI ไม่ใช่แค่รอเราป้อนคำสั่งครับ แต่มันเริ่มตัดสินใจเลือกกลุ่มเป้าหมายเองได้แล้ว หน้าที่ของคนทำการตลาดออนไลน์อย่างเราคือต้องเรียนรู้วิธีกำกับมันให้เป็นครับ ไม่ใช่ปล่อยให้มันรันจนงบบานปลาย
  1. ทำคลิปเดียว ลูกค้าต้องกดซื้อได้เลย เพราะเดี๋ยวนี้คนดูคลิปปุ๊บ กดตะกร้าซื้อปั๊บแทบไม่ลังเล ดังนั้นวิดีโอที่เราทำต้องทำหน้าที่เป็นพนักงานขายที่ปิดจ๊อบได้ทันทีครับ ไม่ใช่แค่ทำสนุกๆ อย่างเดียว
  1. รักษาข้อมูลลูกค้าเท่าชีวิต ยิ่งเราดูแลข้อมูลลูกค้าดีเท่าไหร่ ไม่เอาไปขายต่อ ทีมรับทำการตลาดไม่ยิงแอดกวนใจจนเกินงาม ลูกค้ายิ่งกล้าให้ข้อมูลลึกๆ กับเราครับ อันนี้เป็นเรื่องใจแลกใจล้วนๆ
  1. คนธรรมดาพูดดังกว่าดารา Creator ที่ดูบ้านๆ จริงใจ รีวิวแบบเรียลๆ มักจะทำยอดขายได้ดีกว่าดาราเบอร์ใหญ่ที่ดูไกลตัวครับ เพราะคนรู้สึกว่าจับต้องได้ และใช้สินค้าจริงๆ มากกว่า
  1. คุยไป ดูไป จ่ายตังค์ไป สามอย่างนี้มันรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วครับ ลูกค้าชอบความสนุก ชอบคุยสอบถาม และชอบจ่ายเงินง่ายๆ โดยไม่ต้องสลับแอปฯ ไปมา live จึงสำคัญมากครับ
  1. รักษ์โลกต้องมีหลักฐาน แค่เคลมลอยๆ ว่ารักโลก ลูกค้าไม่เชื่อแล้วครับ ยุคนี้ต้องมีหลักฐานให้ดูว่าทำจริง ลดจริง หรือช่วยโลกได้จริงๆ แบบจับต้องได้ครับ
  1. รสนิยมสำคัญกว่าอายุ การแบ่งกลุ่มลูกค้าตามเพศหรืออายุเริ่มไม่แม่นแล้วครับ เดี๋ยวนี้ทีมเอเจนซี่โฆษณาที่ทำการตลาดออนไลน์ของผมจะดูว่าเขาเสพงานดีไซน์แบบไหน หรือชอบไลฟ์สไตล์แบบไหนซึ่งแม่นยำกว่าเยอะครับ
  1. ทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม คุ้มค่ากว่า แทนที่จะทุ่มงบทำการตลาดออนไลน์หว่านแหทีเดียว ลองเปลี่ยนมาเจาะกลุ่มย่อยๆ ที่มีความชอบเฉพาะทางหลายๆ กลุ่มรวมกัน ผลลัพธ์รวมที่ได้มักจะคุ้มค่ากว่าครับ
  1. เรื่องสุขภาพแทรกซึมอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะขายขนม เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า คนไทยยุค 2026 มองหาความ Healthy หรือความสบายใจแฝงอยู่เสมอครับ เป็นจุดขายที่เอเจนซี่โฆษณามองข้ามไม่ได้เลย
  1. โฆษณาที่ดีที่สุดคือประสบการณ์การใช้จริง เพราะแม้ว่าเอเจนซี่โฆษณาจะทำการตลาดออนไลน์สวยหรูแค่ไหน ก็สู้ประสบการณ์ตอนใช้งานจริงไม่ได้ครับ ถ้าของดี บริการดี เขาจะบอกต่อกันเอง และนั่นคือโฆษณาที่ดีที่สุดครับ

    ——————————————————————————————————————————————–

บทความแนะนำโดย Unicronet

และถ้าสังเกตจากข้อ 7 จะเห็นเลยครับว่ายุคนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อของเพราะ “อายุ” หรือ “เพศ” อีกต่อไป แต่ซื้อเพราะ “จริต” และ “ความชอบ” ล้วนๆ การขายแค่ฟังก์ชันเดิมๆ อาจจะไม่พอแล้วสำหรับเอเจนซี่และแบรนด์ยุคใหม่ ลองไปเจาะลึกมุมมองนี้กันต่อครับ รับรองว่าจะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์ได้คมขึ้นอีกเยอะ

🔗 กลยุทธ์ใหม่เอเจนซี่ 2026 ต้องเน้นความชอบมากกว่าฟังก์ชัน

บทสรุป

     สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนมองภาพรวมอีกนิดครับ การดึงมืออาชีพอย่างเอเจนซี่โฆษณาหรือทีมที่รับทำการตลาดเข้ามาช่วยดูแลการทำการตลาดออนไลน์ ย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ของผม สิ่งที่จะทำให้โปรเจกต์มันวิ่งได้จริง ไม่ใช่แค่ทีมที่ดี แต่คือ Mindset ด้วยครับ

     ปี 2026 นี้ เราคงเลิกคุยกันแล้วว่า AI ค่ายไหนเก่งกว่า แต่โจทย์ใหญ่มันอยู่ที่ว่า เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ และตอบสนองเขาได้ไวแค่ไหนมากกว่า สำหรับเจ้าของธุรกิจผมมองว่าการเริ่มมอง Data เป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่รายจ่าย คือจุดเริ่มต้นที่ดีครับ ส่วนทีมทำงาน ไม่ว่าจะ In-house หรือเอเจนซี่อย่างผมเอง ก็ต้องปรับตัวมาเป็นคู่คิดที่เข้าใจธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่คนยิงแอด

     ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ จากสิ่งที่ผมเห็นในปีนี้ ทางรอดมันไม่ได้ซับซ้อนครับ แต่มันคือการที่เราต้องรู้ใจลูกค้าให้เหมือนเพื่อนสนิท ขยับตัวให้ไว ใช้ AI ช่วยงานแต่ให้คนคุมเกม และที่สำคัญคือการมี Data ในมือเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายของจบแล้วจากกันไป หวังว่ามุมมองจากคนทำงานเบื้องหลังอย่างผม จะพอเป็นไอเดียให้ทุกท่านนำไปปรับใช้รับมือกับปี 2026 ได้สนุกขึ้นนะครับ ลุยไปด้วยกันครับ!

—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน

ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet

#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing

ผู้เขียนบทความ

นิค (ขาวดำ)

ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)

     Founder of Unicronet Agency และ Right Lane Academy ที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัลที่เชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลได้จริง ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI และ Martech เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจน และจับต้องได้

     (Digital Marketing Strategy ) ประสบการณ์วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Digital Marketing โดยเฉพาะ Online Platform ยอดนิยม เช่น Facebook ads , Google ads , SEO , Tiktok , Line , Youtube , Marketplace Ads มากกว่า 500+ Campaign

     (Digital Media Tools ) ประสบการณ์ด้าน Consult เทคนิคเชิงลึกสำหรับ Digital Media Tools เพื่อให้ทุกงบการลงทุนโฆษณาคุ้มค่ามากที่สุด อาทิเช่น การเพิ่ม Conversion ให้ธุรกิจ , เทคนิค ทำอย่างไรให้ CPA ราคาถูกลง , มีคนทักเยอะ ไม่มีคุณภาพ ปิดการขายไม่ได้ , สินค้าเสี่ยง Policy พร้อมเทคนิคการยิงแอดยังไงให้ไม่โดน Reject

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจอื่นๆของเรา

เอเจนซี่

     ผมเชื่อว่าในแวดวงคนทำงานเอเจนซี่ ช่วง 2-3 ปีมานี้ ไม่มีหัวข้อไหนจะร้อนแรงไปกว่าเรื่องของ AI อีกแล้วครับ ซึ่งคำถามที่ผมมักจะโดนลูกค้าถามอยู่บ่อยๆ เวลาไปพรีเซนต์งาน หรือแม้แต่คุยกันในวงกาแฟก็คือ “ตกลงตอนนี้ AI มันเก่งกว่าคนแล้วจริงๆ เหรอ?”       ผมในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่กับงานรับทำการตลาดมานาน เห็นการเปลี่ยนผ่านมาจนถึงยุค Data-Driven ขอเรียนตามตรงเลยว่า คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ครับ แต่มันมีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่าง “การอ่านใจลูกค้า”      วันนี้ผมเลยอยากจะมาชำแหละประเด็นนี้ให้ฟังกันชัดๆ แบบไม่มีกั๊ก ในมุมมองของคนที่ใช้งานจริง เจ็บจริง และเห็นผลลัพธ์จริง ว่าสรุปแล้วในสมรภูมิการทำการตลาดออนไลน์ AI คือเทพเจ้าองค์ใหม่ หรือเป็นแค่เครื่องมือที่ยังไงก็ขาดมนุษย์ไม่ได้กันแน่ ถอดรหัส AI อ่านพฤติกรรมลูกค้าด้วยวิธีไหน?      ซึ่งก่อนจะไปตัดสินว่าใครเก่งกว่ากัน อยากให้ลองทำความเข้าใจกลไกการอ่านใจที่แตกต่างกันก่อนครับ เพราะในขณะที่มนุษย์เรามักใช้ความรู้สึก และประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจ แต่ AI จะเลือกใช้สิ่งที่จับต้องได้ และแม่นยำกว่า นั่นคือ […]

ถ้าต้องหานิยามสั้นๆ ให้กับปี 2025 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ผมคิดว่าคำว่าปีปราบเซียนของเหล่าเอเจนซี่น่าจะเป็นคำที่เหมาะที่สุดเลยล่ะครับ เพราะถ้ามองย้อนกลับไป 12 เดือนที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีที่มีเรื่องราวหนักๆ เยอะมากจริงๆ ครับ ทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่บีบหัวใจ ค่าครองชีพที่พุ่งสูงสวนทางรายรับ แถมยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างเรื่องแผ่นดินไหว น้ำท่วม สภาพอากาศที่ไม่ค่อยดีทั้งปี และความกังวลเรื่อง AI ที่เข้ามาผสมโรงอีก แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ผมกลับมองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจซ่อนอยู่ครับ เพราะผมเชื่อว่าปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะไม่ใช่ปีแห่งความสิ้นหวัง แต่จะเป็นปีแห่งการปรับตัว และเติบโตไปอีกขั้นของวงการเอเจนซี่โฆษณา และทีมรับทำการตลาดเลยล่ะครับ วันนี้ผมเลยอยากหยิบเอาข้อมูลในการทำการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เตรียมตัวรับมือกับกระแสลมที่กำลังเปลี่ยนทิศครับ เอเจนซี่ต้องรู้ “ความสบายใจ” เป็นสินค้าใหม่ที่คนยอมจ่าย เพราะถ้าเราสังเกตกันดูดีๆ จะเห็นได้ชัดเลยว่า ในขณะที่เราบ่นกันว่าเศรษฐกิจไม่ดี เงินฝืดแต่ร้านหมูกระทะ ร้านอาหารดีๆ หรือคาเฟ่สวยๆ กลับยังมีลูกค้าต่อคิวกันยาวเหยียดอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเหตุผลของเรื่องนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องกินเรื่องเที่ยวครับ โดยเรื่องพวกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนไทยติดกินติดเที่ยวกันหรอกนะครับ แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงทางออก ของคนในยุคนี้มากกว่า เพราะในวันที่ความเครียดรุมเร้าจากทุกทิศทาง หลายๆ คนจึงเลือกที่จะระบายความเครียดไปกับการซื้อความสุขรายวัน เพื่อชุบชูใจที่เหนื่อยล้าแทนมากกว่านั่นเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการยืนยันชัดเจนจากงาน SME Thailand Future Day 2026 ที่ผมได้มีโอกาสไปนั่งฟังมาครับ […]

เอเจนซี่

ในโลกของการทำธุรกิจยุคนี้ ผมว่ามันมีจุดหนึ่งที่เจ้าของกิจการหลายคนต้องเจอครับ คือจุดที่งานการตลาดมันเริ่มเยอะ และซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะดูแลเองไหว จนมาถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจว่า จะจ้างเอเจนซี่มืออาชีพที่เขารับทำการตลาดจากข้างนอก หรือจะลงทุนสร้างทีมทำการตลาดออนไลน์ in house ของตัวเองดี ซึ่งจากประสบการณ์ของผมนะครับ ผมบอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดแบบตายตัวหรอกครับ ว่าแบบไหนมันดีกว่ากัน หลายคนอาจจะรีบควักงบประมาณมาเป็นตัวตั้ง หรือมองแค่ว่างานมันยากง่ายแค่ไหน แต่ในมุมของผม ผมมองว่ามันมีอะไรให้เราคิดมากกว่านั้นเยอะครับ เพราะสุดท้ายแล้วทั้งสองทางเลือกนี้ต่างก็มีจุดแข็ง และข้อจำกัดที่แตกต่างกันชัดเจน วันนี้ผมเลยตั้งใจจะมาแจกแจงให้เห็นภาพกันชัดๆ ไปเลยครับว่าทั้งเอเจนซี่โฆษณาที่เขารับทำการตลาด และทีมทำการตลาดออนไลน์ in house นั้นต่างกันยังไง แต่ก่อนที่เราจะไปลงลึกถึงขั้นเทียบกันจุดต่อจุดว่าใครดีกว่าใครคุ้มกว่า ผมว่าเราควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าครับ ว่าบทบาทจริงๆ ของทั้งสองฝ่ายนี้เขาทำอะไรกันแน่ บทบาทของเอเจนซี่ ถ้าให้ผมนิยามแบบเข้าใจง่ายที่สุด เอเจนซี่ก็คือบริษัทภายนอกที่รับทำการตลาดให้กับธุรกิจอื่นๆ นั่นแหละครับ โดยหน้าที่หลักๆ ของพวกเขาก็คือการเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการทำการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับเอเจนซี่เองก็มีหลายแบบครับ มีทั้งที่ที่เน้นทำการตลาดออนไลน์โดยการยิงโฆษณาเพื่อให้วัดผลได้โดยตรง หรือบางที่ก็อาจจะเป็นเอเจนซี่โฆษณาที่เน้นการผลิตสื่อโฆษณาโดยเฉพาะครับ ซึ่งปกติแล้วในเอเจนซี่โฆษณาที่หนึ่ง ก็จะรวมคนเก่งๆ หลายสายงานไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนกลยุทธ์ ด้านการสื่อสารแบรนด์ หรือด้านการคิดแคมเปญเจ๋งๆ ออกมา ซึ่งเป้าหมายหลักของพวกเขาก็คือการช่วยให้ธุรกิจของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงครับ ความรู้การตลาดที่ Unicronet แนะนำ ถ้าคุณมีความสนใจ และอยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความสำคัญของเอเจนซี่ให้มากขึ้น ก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้เลยครับ 🔗 […]

ASO

ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าคนทำ SEO โดยเฉพาะเพื่อนๆ ในสายเอเจนซี่ที่รับทำการตลาด น่าจะรู้สึกเหมือนกันว่า แนวทางการทำงานของเรามันเปลี่ยนไปแบบที่เราเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว เราอาจจะเคยเห็นตัวเลขทราฟฟิกที่เคยนิ่งกลับสวิงอย่างน่าใจหาย คีย์เวิร์ดที่เคยสร้างผลลัพธ์ได้ดีเยี่ยมเริ่มให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม หรือบางทีคอนเทนต์ของเราก็ถูก AI ดึงไปตอบในหน้าแรกโดยที่ User ไม่ต้องคลิกเข้ามาเลยด้วยซ้ำ จากประสบการณ์ที่ผมคลุกคลีอยู่กับข้อมูลหลังบ้านของลูกค้าหลายเจ้าที่ผมทำการตลาดออนไลน์ให้ ผมกล้าพูดได้เลยว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันคือสัญญาณแรกของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นคือการที่ AI เข้ามามีบทบาทในโลกของ Search Engine อย่างเต็มตัวแล้ว และเพื่อจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เราจะใช้แค่ความรู้ SEO แบบเดิมที่เคยทำกันมาไม่ได้อีกต่อไป วันนี้ผมจึงอยากชวนทุกคนมาเปิดโลกของ ASEO กลยุทธ์ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้เอเจนซี่อย่างเราเติบโตในยุคใหม่นี้ไปด้วยกันครับ จาก SEO สู่ ASEO เอเจนซี่จะทำยังไงเมื่อหลักการเดิมกำลังเปลี่ยนไป หลังจากที่เราเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ผมเล่าไปในตอนต้นแล้ว คราวนี้เรามาลงลึกกันอีกนิดดีกว่าครับว่าหลักการเดิมที่เราเคยยึดถือกันมาตลอดมันกำลังถูกท้าทายยังไงบ้าง ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป แกนหลักของ SEO ที่พวกเราชาวเอเจนซี่โฆษณาใช้วางกลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ให้ลูกค้าก็มีอยู่ไม่กี่อย่างใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำ On-Page ให้แน่น การสร้าง Off-Page ที่แข็งแกร่ง หรือการวิเคราะห์ Keyword Research เพื่อหาคำที่ใช่ที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราทำซ้ำๆ จนเชี่ยวชาญ และมันก็เคยให้ผลลัพธ์ที่ดีมาตลอด […]