ผ่านปีใหม่มาได้แค่เดือนนิดๆ แต่ผมเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายคนเริ่มเหงื่อตกกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใครรู้สึกว่าเปิดปีมาปุ๊บ การทำธุรกิจมันฝืดผิดปกติ ยิงแอดงบเท่าเดิมแต่ยอดไม่ขยับ หรือลูกค้าที่เคยซื้อง่ายๆ เริ่มหายหน้าหายตาไป ผมบอกตรงนี้เลยว่าคุณไม่ได้คิดไปเองครับ
ในฐานะที่ผมได้มีโอกาสได้นั่งหัวโต๊ะประชุมวางแผนทำการตลาดออนไลน์ Q1-Q2 ให้กับลูกค้า ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ชัดเจนมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ลูกค้าหลายเจ้าเดินเข้ามาหาผมที่เอเจนซี่โฆษณาแล้วเปิดประโยคด้วยความกังวลว่า “เปิดปีมาเงียบมาก จะเอายังไงต่อดี?”
บทความนี้ ผมเลยอยากชวนทุกคนมาผ่าเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ให้เห็นไส้ในว่าภายใต้คำศัพท์หรูๆ อย่าง AI หรือ Data นั้น ของจริงที่เราต้องเจอคืออะไร และแบรนด์ไทยต้องปรับตัวท่าไหนถึงจะรอด
บริบทของตลาด Digital ไทย “คนเยอะ แต่แยกกันอยู่”
ก่อนจะไปดูว่าต้องทำอะไร เราลองมาดูสภาพการตลาดในบ้านเราตอนนี้กันก่อนครับ ถ้าดูแค่ตัวเลขผิวเผิน ใครๆ ก็บอกว่า Digital Marketing ไทยยังโตได้อีกแน่นอน แต่ในมุมคนทำงานจริงที่ต้องรับทำการตลาด ให้ลูกค้าทุกวันความน่ากลัวมันซ่อนอยู่ในรายละเอียดครับ
เพราะในต้นปี 2026 นี้ บ้านเรามีคนใช้อินเทอร์เน็ตปาเข้าไป 67.8 ล้านคน หรือเกือบ 95% ของประเทศเลยล่ะครับ รวมถึงเข้าถึง Social Media อีก 56.6 ล้านคนด้วย ตัวเลขพวกนี้บอกว่าคนไทยแทบจะออนไลน์กัน 24 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งพฤติกรรมของคนในตอนนี้เปลี่ยนจากการอ่านมาเป็นดู และฟังแทบจะสมบูรณ์แบบแล้วด้วย
แต่ความท้าทายที่ทำให้ผม และทีมเอเจนซี่โฆษณาต้องกุมขมับกันตั้งแต่ต้นปี คือพฤติกรรมการเล่นโซเชียลที่เปลี่ยนไปมากครับ
- Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่คนยังเล่นเยอะสุดก็จริง แต่คนเริ่มเอาไว้แค่ส่องข่าวหรือดูว่าร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าเปิดอยู่ไหม ตั้งอยู่ที่ไหนเท่านั้น
- LINE เลื่อนขั้นเป็นเคาน์เตอร์ปิดการขายที่ลูกค้าจะทักมาก็ต่อเมื่อเขาศึกษามาจนพอใจ และพร้อมจ่ายแล้วเท่านั้น
- TikTok กลายเป็น Search Engine ของคนรุ่นใหม่ที่อยากรู้อะไรดูคลิปสั้นเอา ไม่เสียเวลาอ่าน
- YouTube เป็นเหมือนห้องสมุดที่คนจะเข้ามาดูรีวิวแบบลึกซึ้ง ดูยาวๆ เพื่อความชัวร์ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนใหญ่
จะเห็นได้ว่าคนไทยตอนนี้กระจายตัวอยู่ทุกที่ครับ ทำให้คนที่ทำการตลาดออนไลน์ไม่สามารถใช้วิธีหว่านแหที่เดียวแล้วจบแบบเมื่อก่อนได้อีกแล้ว นี่คือโจทย์แรกที่ต้องรู้ตัวครับว่าปลาไม่ได้อยู่ในบ่อเดิมอีกต่อไป
เทรนด์โลก 2026 ที่กำลังส่งผลกระทบกับไทย
หลายคนอาจจะคิดว่าเทรนด์โลกเป็นเรื่องไกลตัว แต่เชื่อผมเถอะครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้คุยกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ คลื่นลูกนี้มันกระทบไทยเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะ 5 เรื่องนี้ที่แบรนด์ไทยต้องรีบปรับจูน ไม่งั้นตกขบวนแน่ๆ
- ความสุขต้อง “เดี๋ยวนี้”
ผู้บริโภคยุคนี้มีความเครียดสะสมจากสภาพเศรษฐกิจครับ เขาเลิกมองเป้าหมายไกลๆ แต่โหยหาความสุขรายวัน แบรนด์อย่าง British Airways ยังต้องปรับโปรแกรมสะสมแต้มให้แลกของได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น แบรนด์ไทยที่จ้างเอเจนซี่โฆษณาทำแคมเปญ Loyalty ผมมักจะแนะนำเสมอว่า “อย่าขายฝันระยะยาว แต่จงให้รางวัลเล็กๆ ที่จับต้องได้ทันที”
- AI เปลี่ยนวิธีค้นหา
หมดยุคพิมพ์ Keyword สั้นๆ แล้วครับ เดี๋ยวนี้คนเริ่มคุยกับ AI อย่าง Google Gemini เพื่อหาข้อมูล การค้นหามันซับซ้อน และลึกซึ้งขึ้นใครที่รับทำการตลาดโดยหวังพึ่งแค่ SEO แบบเดิมๆ ระวังจะตกม้าตาย เพราะ AI มันอ่านบริบทไม่ใช่นับแค่คำแล้ว
- ผู้บริโภคคือ Co-Creator
หมดยุค One-way Communication ที่แบรนด์พูดฝ่ายเดียวแล้วครับ ดูอย่างละครเวที EPIC: The Musical สิครับ แฟนคลับช่วยกันทำ Animation จนดังพลุแตกเลย ตอนนี้ในทีมเอเจนซี่โฆษณาของผมเวลาคิดงานเราต้องเผื่อที่ว่างให้ลูกค้าเข้ามาเล่นหรือแต่งเติมเสมอ ไม่ใช่ยัดเยียดให้ดูอย่างเดียว
- เทรนด์เก่าคือใหม่
ในวันที่โลกวุ่นวาย อดีตคือพื้นที่ปลอดภัยครับ การนำของเก่ามาเล่าใหม่ในบริบทเดิมจึงทรงพลังมาก ใครมีของดีในกรุ จังหวะนี้แหละครับที่จะปัดฝุ่นออกมาเล่าใหม่ให้คนรุ่นนี้ฟัง
- ความยั่งยืนที่ “จับต้องได้”
เลิกทำ Campaign รักษ์โลกแบบหล่อๆ แต่จับต้องไม่ได้เถอะครับ ผู้บริโภคปี 2026 ฉลาดพอที่จะดูออก ถ้าจะขาย Green Marketing ต้องบอกให้ได้ว่ามันดีกับชีวิตเขาตรงไหน? ทนขึ้นไหม? ประหยัดเงินได้จริงหรือเปล่า? ให้ความยั่งยืนมันจับต้องได้จริงๆ จะดีที่สุดครับ
7 Pattern การตลาด Digital ไทย 2026
คราวนี้ลองซูมกลับมาดูตลาดบ้านเราบ้างครับ จากประสบการณ์ที่ผมดูแลลูกค้าที่แวะเวียนมาให้ช่วย ทำการตลาดออนไลน์ ทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ ผมเริ่มเห็น ‘Pattern’ บางอย่างที่น่าสนใจ และอยากเอามาแชร์ให้เห็นภาพกันครับว่า หน้างานจริงๆ ตอนนี้มันเป็นยังไง และเราควรปรับจูนตรงไหนบ้าง
- AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงาน เรื่องที่ว่า AI จะมาแย่งงานไหม ตอนนี้ในวงการเราแทบไม่ได้คุยประเด็นนี้กันแล้วครับ แต่เรากำลังสนุกกับการใช้มันเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งมากกว่า ในทีมเอเจนซี่โฆษณาที่รับทำการตลาดของผม เราใช้ AI ช่วยสแกนข้อมูลคู่แข่ง และร่างโครงงาน ซึ่งช่วยลดเวลาทำงานไปได้เยอะมากเลยครับ แต่จุดที่น่าสนใจคือ สุดท้ายงานที่ลูกค้าซื้อจริงๆ ก็ยังต้องผ่านมือมนุษย์อยู่ดีครับ เพราะจริตคนไทย ความตลก หรือดราม่าที่พอดี ยังเป็นสิ่งที่ AI เลียนแบบได้ยากครับ
- พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป อันนี้เป็นข้อมูลที่น่าจับตามองมากครับ ผมสังเกตว่าเด็กรุ่นใหม่ หรือแม้แต่ลูกค้าทั่วไป เริ่มไม่ได้พุ่งไปที่ Google เป็นที่แรกแล้ว อยากหาร้านอร่อยไป TikTok อยากคุยรายละเอียดไป LINE ซึ่งตรงนี้เป็นโจทย์ให้คทำการตลาดออนไลน์ต้องลองขยายพื้นที่ครับ การพาตัวเองไปดักรอในแพลตฟอร์มเหล่านี้ อาจจะเพิ่มโอกาสในการเจอว่าที่ลูกค้าใหม่ๆ ได้มากกว่าแค่การทำ SEO บนเว็บอย่างเดียวครับ
- Creator คือ “เพื่อนคู่คิด” รูปแบบการทำงานกับ Influencer ก็เริ่มเปลี่ยนไปครับ จากเดิมที่เอเจนซี่โฆษณาที่รับทำการตลาดอาจจะเคยให้เขาถือสินค้าแล้วพูดตามสคริปต์ ตอนนี้ผมพบว่าแคมเปญที่ได้ผลดี คือการที่เราเปิดพื้นที่ให้เขาเป็นผู้ร่วมเล่าเรื่องครับ ให้เขาเล่าในสไตล์ของเขา ภาษาของเขา แม้จะดูดิบหน่อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเชื่อใจจากคนดูซึ่งมีค่ามากในยุคนี้ครับ
- เจาะกลุ่มเล็ก ได้ผลกว่าหว่านแห ยุคนี้คนไทยมีความชอบที่หลากหลายและเฉพาะกลุ่มมากๆ ครับ ทั้งสายมู สายแคมป์ปิ้ง หรือสาย Y2K จากสถิติหลังบ้านที่ผมเห็น การทำการตลาดออนไลน์แบบหว่านไปกว้างๆ เริ่มได้ผลน้อยลง เมื่อเทียบกับการทำการตลาดออนไลน์แบบเจาะไปที่กลุ่มเล็กๆ แต่โดนใจพวกเขาจริงๆ วิธีนี้มักจะได้ Engagement และยอดขายที่คุ้มค่ากว่าครับ
- วิดีโอสั้น เน้นความต่อเนื่อง คลิปไวรัลคลิปเดียวอาจจะสร้างชื่อได้ชั่วข้ามคืน แต่ความยั่งยืนอยู่ที่ความต่อเนื่องครับ ปีนี้ผมเห็นหลายแบรนด์เริ่มปรับวิธีคิดมาทำคอนเทนต์เป็น Series เหมือนรายการทีวีสั้นๆ ซึ่งข้อดีคือทำให้คนดูจดจำคาแรคเตอร์แบรนด์ได้ และอยากติดตามตอนต่อไป ทีมเอเจนซี่โฆษณายุคใหม่เลยมักจะแนะนำให้ลูกค้าวางผังรายการระยะยาว มากกว่าลุ้นยอดวิวเป็นคลิปๆ ไปครับ
- ข้อมูลลูกค้าคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ในวันที่แพลตฟอร์มต่างๆ ปรับอัลกอริทึมกันรายวัน การมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือเราเองถือเป็นความได้เปรียบครับ ไม่ว่าจะเป็น Friend ใน LINE OA หรือฐานข้อมูลสมาชิก สิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ที่แบรนด์ควบคุมได้เอง ซึ่งผมมักจะแนะนำให้ลูกค้าเริ่มเก็บสะสมไว้ครับ เพราะมันช่วยให้เราสื่อสารกับลูกค้าเก่าได้แม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาการยิงแอดเพียงอย่างเดียว
- ความคล่องตัว คือหัวใจสำคัญ สุดท้ายสิ่งที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดคือความเร็วในการปรับตัวครับ ในยุคที่การรับทำการตลาดแข่งกับเวลาแบบนี้ แบรนด์ที่มีแผนสำรอง หรือพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสถานการณ์รายสัปดาห์ มักจะทำผลงานได้ดีกว่าแบรนด์ที่ยึดติดกับแผนรายปีแบบตายตัวครับ ยุคนี้ความยืดหยุ่นถือเป็นกุญแจสำคัญจริงๆ ครับ
10 กลยุทธ์สำคัญสำหรับปี 2026
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมลองสรุปสิ่งที่ทางสมาคมการตลาดฯ พูดถึงผสมกับสิ่งที่ผมเจอหน้างานจริง ออกมาเป็น 10 ข้อที่ผมมักจะหยิบมาดูทบทวนกับทีมเสมอครับ ลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง
- AI เริ่มคิดเอง ทำเอง เป็นแล้ว เดี๋ยวนี้ AI ไม่ใช่แค่รอเราป้อนคำสั่งครับ แต่มันเริ่มตัดสินใจเลือกกลุ่มเป้าหมายเองได้แล้ว หน้าที่ของคนทำการตลาดออนไลน์อย่างเราคือต้องเรียนรู้วิธีกำกับมันให้เป็นครับ ไม่ใช่ปล่อยให้มันรันจนงบบานปลาย
- ทำคลิปเดียว ลูกค้าต้องกดซื้อได้เลย เพราะเดี๋ยวนี้คนดูคลิปปุ๊บ กดตะกร้าซื้อปั๊บแทบไม่ลังเล ดังนั้นวิดีโอที่เราทำต้องทำหน้าที่เป็นพนักงานขายที่ปิดจ๊อบได้ทันทีครับ ไม่ใช่แค่ทำสนุกๆ อย่างเดียว
- รักษาข้อมูลลูกค้าเท่าชีวิต ยิ่งเราดูแลข้อมูลลูกค้าดีเท่าไหร่ ไม่เอาไปขายต่อ ทีมรับทำการตลาดไม่ยิงแอดกวนใจจนเกินงาม ลูกค้ายิ่งกล้าให้ข้อมูลลึกๆ กับเราครับ อันนี้เป็นเรื่องใจแลกใจล้วนๆ
- คนธรรมดาพูดดังกว่าดารา Creator ที่ดูบ้านๆ จริงใจ รีวิวแบบเรียลๆ มักจะทำยอดขายได้ดีกว่าดาราเบอร์ใหญ่ที่ดูไกลตัวครับ เพราะคนรู้สึกว่าจับต้องได้ และใช้สินค้าจริงๆ มากกว่า
- คุยไป ดูไป จ่ายตังค์ไป สามอย่างนี้มันรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วครับ ลูกค้าชอบความสนุก ชอบคุยสอบถาม และชอบจ่ายเงินง่ายๆ โดยไม่ต้องสลับแอปฯ ไปมา live จึงสำคัญมากครับ
- รักษ์โลกต้องมีหลักฐาน แค่เคลมลอยๆ ว่ารักโลก ลูกค้าไม่เชื่อแล้วครับ ยุคนี้ต้องมีหลักฐานให้ดูว่าทำจริง ลดจริง หรือช่วยโลกได้จริงๆ แบบจับต้องได้ครับ
- รสนิยมสำคัญกว่าอายุ การแบ่งกลุ่มลูกค้าตามเพศหรืออายุเริ่มไม่แม่นแล้วครับ เดี๋ยวนี้ทีมเอเจนซี่โฆษณาที่ทำการตลาดออนไลน์ของผมจะดูว่าเขาเสพงานดีไซน์แบบไหน หรือชอบไลฟ์สไตล์แบบไหนซึ่งแม่นยำกว่าเยอะครับ
- ทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม คุ้มค่ากว่า แทนที่จะทุ่มงบทำการตลาดออนไลน์หว่านแหทีเดียว ลองเปลี่ยนมาเจาะกลุ่มย่อยๆ ที่มีความชอบเฉพาะทางหลายๆ กลุ่มรวมกัน ผลลัพธ์รวมที่ได้มักจะคุ้มค่ากว่าครับ
- เรื่องสุขภาพแทรกซึมอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะขายขนม เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า คนไทยยุค 2026 มองหาความ Healthy หรือความสบายใจแฝงอยู่เสมอครับ เป็นจุดขายที่เอเจนซี่โฆษณามองข้ามไม่ได้เลย
- โฆษณาที่ดีที่สุดคือประสบการณ์การใช้จริง เพราะแม้ว่าเอเจนซี่โฆษณาจะทำการตลาดออนไลน์สวยหรูแค่ไหน ก็สู้ประสบการณ์ตอนใช้งานจริงไม่ได้ครับ ถ้าของดี บริการดี เขาจะบอกต่อกันเอง และนั่นคือโฆษณาที่ดีที่สุดครับ
——————————————————————————————————————————————–
| บทความแนะนำโดย Unicronet |
และถ้าสังเกตจากข้อ 7 จะเห็นเลยครับว่ายุคนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อของเพราะ “อายุ” หรือ “เพศ” อีกต่อไป แต่ซื้อเพราะ “จริต” และ “ความชอบ” ล้วนๆ การขายแค่ฟังก์ชันเดิมๆ อาจจะไม่พอแล้วสำหรับเอเจนซี่และแบรนด์ยุคใหม่ ลองไปเจาะลึกมุมมองนี้กันต่อครับ รับรองว่าจะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์ได้คมขึ้นอีกเยอะ |
บทสรุป
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนมองภาพรวมอีกนิดครับ การดึงมืออาชีพอย่างเอเจนซี่โฆษณาหรือทีมที่รับทำการตลาดเข้ามาช่วยดูแลการทำการตลาดออนไลน์ ย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ของผม สิ่งที่จะทำให้โปรเจกต์มันวิ่งได้จริง ไม่ใช่แค่ทีมที่ดี แต่คือ Mindset ด้วยครับ
ปี 2026 นี้ เราคงเลิกคุยกันแล้วว่า AI ค่ายไหนเก่งกว่า แต่โจทย์ใหญ่มันอยู่ที่ว่า เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ และตอบสนองเขาได้ไวแค่ไหนมากกว่า สำหรับเจ้าของธุรกิจผมมองว่าการเริ่มมอง Data เป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่รายจ่าย คือจุดเริ่มต้นที่ดีครับ ส่วนทีมทำงาน ไม่ว่าจะ In-house หรือเอเจนซี่อย่างผมเอง ก็ต้องปรับตัวมาเป็นคู่คิดที่เข้าใจธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่คนยิงแอด
ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ จากสิ่งที่ผมเห็นในปีนี้ ทางรอดมันไม่ได้ซับซ้อนครับ แต่มันคือการที่เราต้องรู้ใจลูกค้าให้เหมือนเพื่อนสนิท ขยับตัวให้ไว ใช้ AI ช่วยงานแต่ให้คนคุมเกม และที่สำคัญคือการมี Data ในมือเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายของจบแล้วจากกันไป หวังว่ามุมมองจากคนทำงานเบื้องหลังอย่างผม จะพอเป็นไอเดียให้ทุกท่านนำไปปรับใช้รับมือกับปี 2026 ได้สนุกขึ้นนะครับ ลุยไปด้วยกันครับ!
—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet
#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing
ผู้เขียนบทความ
ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
Founder of Unicronet Agency และ Right Lane Academy ที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัลที่เชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลได้จริง ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI และ Martech เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจน และจับต้องได้
(Digital Marketing Strategy ) ประสบการณ์วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Digital Marketing โดยเฉพาะ Online Platform ยอดนิยม เช่น Facebook ads , Google ads , SEO , Tiktok , Line , Youtube , Marketplace Ads มากกว่า 500+ Campaign
(Digital Media Tools ) ประสบการณ์ด้าน Consult เทคนิคเชิงลึกสำหรับ Digital Media Tools เพื่อให้ทุกงบการลงทุนโฆษณาคุ้มค่ามากที่สุด อาทิเช่น การเพิ่ม Conversion ให้ธุรกิจ , เทคนิค ทำอย่างไรให้ CPA ราคาถูกลง , มีคนทักเยอะ ไม่มีคุณภาพ ปิดการขายไม่ได้ , สินค้าเสี่ยง Policy พร้อมเทคนิคการยิงแอดยังไงให้ไม่โดน Reject




