เวลาที่ผมมีโอกาสได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของธุรกิจ หลายท่านมักจะแชร์ความหนักใจเรื่องหนึ่งให้ฟังอยู่เสมอครับ นั่นคือช่วงเวลาที่ธุรกิจเติบโตจนถึงจุดที่ต้องมองหาทีมงานภายนอกเข้ามาช่วยดูแลแบรนด์ แต่พอเริ่มเปิดรับข้อเสนอจากเอเจนซี่โฆษณาแต่ละที่ สิ่งที่มักจะสร้างความสับสนคือตัวเลขในใบเสนอราคาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางที่เสนอราคามาหลักหมื่นต้น ๆ ในขณะที่บางที่อาจจะขยับไปถึงหลักแสนหรือหลักล้าน
ด้วยความที่ตัวเลขมันห่างกันขนาดนี้ จึงเป็นเรื่องปกติมากครับที่เราไปมองหาตัวเลือกที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้มากที่สุดไว้ก่อน แต่จากมุมมองของคนที่ทำงานเบื้องหลังในวงการนี้มาหลายปี ผมอยากลองแชร์ให้ฟังว่า การใช้เรื่องของราคาเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้เรามองข้ามมิติอื่น ๆ ที่สำคัญกว่าไปอย่างน่าเสียดายครับ เพราะการทำการตลาดออนไลน์ในยุคที่ข้อมูล และอัลกอริทึมเปลี่ยนกันแทบจะรายวัน มันไม่ใช่แค่การจ้างคนรับทำการตลาดมาผลิตคอนเทนต์ หรือกดปุ่มรันแคมเปญให้จบไป แต่มันคือการซื้อสมอง ซื้อเวลา และซื้อความเชี่ยวชาญของคนทำงานต่างหากครับ
จุดที่น่าสนใจคือ เมื่อเราเลือกทีมรับทำการตลาดด้วยราคาที่ต่ำที่สุด สิ่งที่มักจะถูกลดทอนลงไปคือเวลาในการคิดกลยุทธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้แบรนด์แตกต่าง และไปต่อได้ในระยะยาวด้วยซ้ำ
| บทความแนะนำโดย Unicronet |
แต่ถ้าหากใครยังไม่แน่ใจ ว่าเอเจนซี่มีความสำคัญในด้านการทำการตลาดมากแค่ไหน สามารถลองทำความรู้จักความหมายของเอเจนซี่ ได้ที่บทความด้านล่างนี้เลยครับ 🔗 ย้อนรอยความหมาย “เอเจนซี่” จากจุดเริ่มต้นถึงยุคดิจิทัล —————————————————————————————————– |
วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์มุมมอง และประสบการณ์จากคนทำงานเบื้องหลังครับ ว่าถ้าเราอยากคัดกรองพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยธุรกิจให้คุ้มค่า มันมีเกณฑ์อะไรบ้างที่เราน่าหยิบมาพิจารณา โดยผมสรุปเป็น 5 ข้อหลัก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปรับใช้ครับ
1.เริ่มจากเป้าหมายธุรกิจ ไม่ใช่ราคา
เวลาเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ ถ้าเราอยากให้เงินของเราทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผมมักจะแนะนำให้ลองเปลี่ยนวิธีการพูดคุยกับเอเจนซี่ตั้งแต่แรกดูครับ โดยโฟกัสไปที่เรื่องเหล่านี้แทน
บอกเป้าหมายธุรกิจให้ชัดเจน
ลองคุยกันให้ชัดเจนก่อนว่าเราอยากได้อะไร เช่น อยากเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ อยากเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือต้องการระบายสินค้าในสต็อก เพราะเป้าหมายที่ต่างกัน จะใช้วิธีการทำการตลาดออนไลน์ที่ต่างกันครับ
ประเมินความเป็นไปได้ร่วมกัน
เพราะทีมรับทำการตลาดที่เชี่ยวชาญจะสามารถประเมินจากเป้าหมาย แล้วให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาได้ว่า งบประมาณที่เราตั้งไว้สอดคล้องกับเป้าหมายหรือไม่ หรือควรปรับน้ำหนักไปที่ช่องทางไหนถึงจะคุ้มที่สุดครับ
ให้ความสำคัญกับเวลาวิเคราะห์ข้อมูล
การตกลงในราคาที่สมเหตุสมผล จะช่วยให้เอเจนซี่โฆษณามีเวลาเจาะลึกข้อมูลธุรกิจของคุณอย่างเต็มที่ ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนกลับมาได้ดีกว่าการจ้างทีมรับทำการตลาดที่เน้นทำการตลาดออนไลน์เพียงแค่ปริมาณครับ
สรุปคือ ทีมรับทำการตลาดที่มีคุณภาพจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณมาเป็นอันดับแรกเสมอ พวกเขาจะมองหาช่องทาง และวิธีบริหารงบประมาณเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดให้คุณ ไม่ใช่แค่การทำราคาให้ถูกที่สุดเพื่อปิดดีลไปวัน ๆ ครับ
2.ดูวิธีคิดของเอเจนซี่ มากกว่าดูพอร์ต
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอยากจะเห็นผลงานที่ผ่านมาเพื่อสร้างความมั่นใจครับ แต่ในมุมคนทำงาน ผมมองว่าพอร์ตโฟลิโออาจจะไม่ได้บอกเราทั้งหมดครับ เพราะแคมเปญที่เคยประสบความสำเร็จมาก ๆ เมื่อหลายปีที่แล้ว อาจจะนำมาใช้กับตลาดในวันนี้ไม่ได้แล้ว เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเร็วมาก เวลาที่คุณมีโอกาสได้พูดคุยกับเอเจนซี่โฆษณา ผมจึงอยากแนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนจากการดูแค่ความสวยงามของชิ้นงาน มาเป็นการเจาะลึกตรรกะ และวิธีคิดของพวกเขา โดยลองพูดคุยในประเด็นเหล่านี้ดูครับ
การค้นหาอินไซต์ของลูกค้า
ลองให้เอเจนซี่โฆษณาแชร์ว่าเขาค้นพบความต้องการลึก ๆ ของลูกค้าได้อย่างไร สังเกตดูว่าเขาใช้ Data มาวิเคราะห์สถานการณ์ หรืออาศัยแค่ประสบการณ์ส่วนตัว
เหตุผลในการเลือกใช้แพลตฟอร์ม
เพื่อดูว่าทีมรับทำการตลาดที่เราสนใจ เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่องทางลึกซึ้งแค่ไหน
การรับมือเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า
ข้อนี้น่าสนใจมากครับ ต้องลองถามดูว่าถ้าแคมเปญปล่อยไปแล้วยอดไม่ขยับ เขาจะใช้ตัวเลขส่วนไหนในการตัดสินใจปรับทิศทาง เพื่อดูไหวพริบ และการแก้ปัญหาหน้างาน
คนที่ทำการตลาดออนไลน์ด้วยความเข้าใจ จะรู้ว่าความสำเร็จมักจะมาจากกระบวนการทดสอบ และเรียนรู้ เอเจนซี่โฆษณาที่มีคุณภาพจะสามารถอธิบายกระบวนการคิดของตัวเองได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล การได้พาร์ทเนอร์ที่คิดเป็ นและวิเคราะห์ข้อมูลเก่ง ถือเป็นการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงให้ธุรกิจได้มากเลยครับ
3.เอเจนซี่ที่ดีจะถามมากกว่าพูด
เวลาหาทีมรับทำการตลาดมาช่วยดูแลแบรนด์ หลายคนอาจจะรู้สึกสบายใจกับทีมที่พร้อมรับฟัง และตกลงทำตามความต้องการทุกอย่าง แต่จากประสบการณ์ของผม การรับบรีฟโดยไม่มีการตั้งคำถามหรือแลกเปลี่ยนมุมมองเลย อาจจะเป็นจุดที่น่าสังเกตครับ เพราะในการทำงานจริง แทบไม่มีโจทย์ธุรกิจไหนที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่ต้นเลย
สำหรับผมทีมที่เชี่ยวชาญด้านการรับทำการตลาด ควรจะมีทักษะในการสัมภาษณ์ และซักถามลงลึกไปถึงโครงสร้างธุรกิจ และไม่เพียงแค่รับฟังข้อมูลด้านเดียวครับ เช่น
สินค้ากลุ่มไหนที่สร้างกำไรได้ดีที่สุด
เพื่อที่เอเจนซี่โฆษณาจะได้ช่วยออกแบบกลยุทธ์ที่ดันสินค้ากลุ่มนั้นให้มากขึ้น และสร้างผลกำไรเข้าบริษัทคุณได้จริง ๆ
ความพร้อมของระบบหลังบ้าน
เพื่อประเมินว่าระบบคลังสินค้า และการจัดส่งรองรับออเดอร์มหาศาลได้จริงไหม จะได้ช่วยป้องกันปัญหาลูกค้าเสียความรู้สึกหากแคมเปญทำการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมเกินคาด
เสียงสะท้อนจากลูกค้าเก่า
การถามเพื่อรู้ข้อติชมจะช่วยให้ทีมรับทำการตลาดสามารถอุดรอยรั่ว และปรับปรุงการสื่อสาร ก่อนที่จะขยายแคมเปญออกไปในวงกว้างได้
เพราะบทบาทของเอเจนซี่โฆษณาไม่ใช่แค่คนรับบรีฟแล้วไปผลิตงาน แต่คือการนำข้อมูลมาสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ทีมงานรับทำการตลาดที่ใส่ใจจะกล้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หากเขามองว่ากลยุทธ์บางอย่างอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ในระยะยาว ดังนั้นเวลาพิจารณาเอเจนซี่ลองสังเกตคำถามที่เขาโยนกลับมาดูครับ ทีมที่พยายามทำความเข้าใจธุรกิจคุณอย่างลึกซึ้งนั่นแหละ คือทีมที่พร้อมจะเดินเคียงข้างคุณจริง ๆ
4.ประเมินจากกระบวนการทำงาน
ไอเดียแคมเปญทำการตลาดออนไลน์ที่สร้างสรรค์มักจะสร้างความน่าตื่นเต้นในวันนำเสนองานเสมอครับ แต่สิ่งที่ผมมักจะย้ำอยู่เสมอคือ สิ่งที่จะทำให้ไอเดียนั้นเกิดขึ้นจริง และดำเนินไปได้อย่างราบรื่น คือระบบการจัดการที่อยู่เบื้องหลัง หลายครั้งที่เราเห็นโปรเจกต์สะดุดลงเพราะขาดการอัปเดตงานที่ชัดเจน หรือตามตัวคนรับผิดชอบได้ยาก ดังนั้นก่อนจะตกลงให้ทีมไหนเข้ามาทำการตลาดออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่ตวรนำมาพิจารณาคือระบบหลังบ้านของพวกเขาครับ
ความชัดเจนในการรายงานผล
ลองสอบถามดูว่าเอเจนซี่โฆษณามีรูปแบบการอัปเดตตัวเลขบ่อยแค่ไหน และมีการวิเคราะห์สาเหตุของตัวเลขเหล่านั้นให้เราฟังอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
ความถี่ในการปรับปรุงแคมเปญ
ทีมงานมีการทำ A/B Testing หรือทดสอบชิ้นงานหลาย ๆ แบบเพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า
แผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในยุคที่กระแสโซเชียลไปไวมาก หากมีประเด็นเชิงลบเกิดขึ้น ทีมทำการตลาดออนไลน์นั้นมีขั้นตอนในการมอนิเตอร์ และแก้ไขสถานการณ์อย่างไรบ้าง
ทักษะอย่างนึงที่ชี้วัดความสามารถของคนที่รับทำการตลาด คือความยืดหยุ่น และการปรับตัวหน้างานครับ การเลือกเอเจนซี่โฆษณาที่สามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบได้อย่างโปร่งใส จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างสบายใจ และมั่นใจได้ว่าเม็ดเงินของคุณกำลังถูกบริหารจัดการอย่างเป็นระบบครับ
5.มองแบบความสัมพันธ์ระยะยาว
ทุกวันนี้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มีอัลกอริทึมที่ซับซ้อนขึ้นมาก ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าของเราครับ การเปลี่ยนทีมรับทำการตลาดบ่อย ๆ ทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน จึงอาจจะทำให้แบรนด์ต้องสูญเสียข้อมูลที่ระบบกำลังเรียนรู้ไป แล้วต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งค่อนข้างน่าเสียดายโอกาสครับ
การจ้างทีมทำการตลาดออนไลน์แบบแคมเปญสั้น ๆ อาจจะช่วยสร้างกระแสได้ในระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าเป้าหมายของเราคือการสร้างแบรนด์ที่มั่นคง ผมคิดว่าความต่อเนื่องในการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญครับ
ให้เวลาในการเรียนรู้ และปรับจูน
ต้องเข้าใจว่าทีมที่เข้ามารับทำการตลาดในช่วงแรก จำเป็นต้องใช้เวลาทำความเข้าใจโทนการสื่อสาร และตัวตนของแบรนด์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเวลา และการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ
การสะสมความรู้เฉพาะทาง
ทีมรับทำการตลาดที่ดูแลแบรนด์เรามานาน จะเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าเราได้ลึกซึ้งกว่าทีมทำการตลาดออนไลน์ใหม่ ๆ เขาจะรู้ว่าข้อความแบบไหนหรือภาพลักษณ์แบบไหนที่สื่อสารแล้วได้ผล ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันจริง ๆ
วิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า
เอเจนซี่โฆษณาที่ดีจะไม่ทำเพียงแค่ให้จบงานตามสัญญา แต่จะคอยติดตามเทรนด์ และมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดมาอัปเดตและนำเสนอให้เราเสมอ
เวลาพิจารณาเอเจนซี่ผมจึงอยากชวนให้มองว่าเรากำลังหาพาร์ทเนอร์ระยะยาวเข้ามาช่วยนำทิศทางบริษัทดูครับ เอเจนซี่โฆษณาที่มองเห็นคุณค่าในจุดนี้ จะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของแบรนด์เสมือนเป็นธุรกิจของเขาเอง การมีทีมที่เข้าใจเราจริง ๆ จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของเรามีรากฐานที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนครับ
บทสรุป
สุดท้ายแล้วการหาคนมาช่วยดูแลแบรนด์ ก็เหมือนการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมหัวจมท้ายไปกับธุรกิจเรานั่นแหละครับ ถ้าเรามองเอเจนซี่โฆษณาเป็นแค่คนรับจ้างผลิตงาน แล้วตัดสินใจเลือกจากราคาที่ถูกที่สุด เราอาจจะต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นในระยะยาว ทั้งเวลาที่เสียไป และโอกาสที่โดนคู่แข่งแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตาด้วยครับ
เพราะคนทำงานรับทำการตลาดตัวจริงจะรู้ดีว่า ยอดขายที่มั่นคงไม่ได้มาจากการเสกขึ้มา แต่มาจากวิธีคิด และการแก้ปัญหาด้วยข้อมูลล้วน ๆ ดังนั้นถ้าเราอยากให้เงินที่ลงทุนทำการตลาดออนไลน์คุ้มค่าที่สุด ลองเปลี่ยนจากการเทียบราคา มาเป็นการเทียบวิธีคิด และระบบการทำงานของพวกเขาดูครับ
ผมเชื่อว่าการได้เอเจนซี่โฆษณาที่เก่งและคลิกกับเราจริง ๆ เข้ามาดูแลแบรนด์ให้ในระยะยาว จะเป็นแต้มต่อที่คุ้มค่าที่สุด เพราะพาร์ทเนอร์ที่พร้อมลุยและเติบโตไปกับเรานี่แหละครับ ที่จะช่วยพยุงให้ธุรกิจเราไปถึงเป้าหมายได้แบบไม่เหนื่อยฟรี
| บทความแนะนำโดย Unicronet |
แต่ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วคุณยังมีความลังเลว่าระหว่างการเลือกใช้บริการเอเจนซี่โฆษณาหรือการสร้างทีม In house แบบไหนจะดีกว่ากัน สามารถไปหาคำตอบได้ที่บทความก่อนหน้านี้ของเราได้เลยครับ 🔗 วัดกันหมัดต่อหมัด เอเจนซี่ VS In house เลือกแบบไหนใช่กว่ากัน —————————————————————————————————– |
—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet
#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing
ผู้เขียนบทความ
ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
Founder of Unicronet Agency และ Right Lane Academy ที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัลที่เชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลได้จริง ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI และ Martech เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจน และจับต้องได้
(Digital Marketing Strategy ) ประสบการณ์วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Digital Marketing โดยเฉพาะ Online Platform ยอดนิยม เช่น Facebook ads , Google ads , SEO , Tiktok , Line , Youtube , Marketplace Ads มากกว่า 500+ Campaign
(Digital Media Tools ) ประสบการณ์ด้าน Consult เทคนิคเชิงลึกสำหรับ Digital Media Tools เพื่อให้ทุกงบการลงทุนโฆษณาคุ้มค่ามากที่สุด อาทิเช่น การเพิ่ม Conversion ให้ธุรกิจ , เทคนิค ทำอย่างไรให้ CPA ราคาถูกลง , มีคนทักเยอะ ไม่มีคุณภาพ ปิดการขายไม่ได้ , สินค้าเสี่ยง Policy พร้อมเทคนิคการยิงแอดยังไงให้ไม่โดน Reject




