ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเจอปัญหายอดขายไม่ขยับ และเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมโพสต์คอนเทนต์ไปแล้วคนเห็นน้อยลง หรือยิงโฆษณาไปตั้งเยอะทำไมค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่ยอดขายเท่าเดิม ผมบอกเลยว่าคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียวครับ
จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในฝั่งเอเจนซี่โฆษณามาหลายปี ผมเจอลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหานี้แทบทุกวัน เพราะโลกของการทำการตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อัลกอริทึมปรับตัวตลอดเวลา จนหลายๆ แบรนด์พยายามหาคำตอบว่าตกลงแล้วกลยุทธ์แบบ Organic ที่เน้นสร้างคอนเทนต์ให้โตตามธรรมชาติ หรือกลยุทธ์แบบ Paid ที่เน้นจ่ายเงินซื้อโฆษณา แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ และวิธีคิดจากคนทำงานจริง มาดูกันว่าในมุมมองของผู้ให้บริการรับทำการตลาดเราวางกลยุทธ์เรื่องนี้กันอย่างไร และบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำมีวิธีตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อขยายธุรกิจให้ลูกค้ากันแบบไหนบ้างครับ
Organic vs Paid ความจริงที่ไม่มีใครเคยบอก
เวลาเราวางแผนกลยุทธ์ เราจะไม่มองแค่ว่าอันไหนเสียเงินหรืออันไหนฟรี แต่วิธีที่เอเจนซี่โฆษณามองเครื่องมือสองตัวนี้ คือการมองถึงหน้าที่ของมันในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายครับ
Organic ไม่ได้ฟรีอย่างที่คิด
หลายคนมักเข้าใจว่า Organic คือการทำรูปหรือวิดีโอโพสต์ลงเพจโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา และถือว่าทำได้ฟรี แต่ในมุมของการทำการตลาดออนไลน์เชิงลึก Organic คือการปูรากฐานความน่าเชื่อถือครับ มันคือการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนรู้สึกผูกพันกับแบรนด์
ผมมักจะบอกลูกค้าเสมอว่า Organic ไม่ได้ฟรีจริงหรอกครับ เพราะเบื้องหลังคอนเทนต์ที่คนแชร์เยอะๆ มันแลกมาด้วยเวลา และต้นทุนในการผลิตมหาศาล ทั้งค่าตัวทีมงาน กราฟิก และทีมรับทำการตลาดที่ต้องมาวิเคราะห์เทรนด์ ดังนั้น Organic จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับแบรนด์ต่างหากครับ
Paid ไม่ใช่สูตรสำเร็จการันตียอด
ในทางกลับกัน Paid Social Media คือการใช้เงินเพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงลูกค้า ธุรกิจที่อยากโตไวมักจะมาหาเอเจนซี่โฆษณาแล้วบอกว่าอยากเพิ่มงบโฆษณาเยอะๆ เพื่อให้ยอดขายพุ่ง แต่ความจริงคือ Paid ไม่ใช่ทางลัดที่รับประกันผลสำเร็จเสมอไป ถ้าสินค้ายังไม่ตอบโจทย์ หรือคอนเทนต์ไม่น่าสนใจ การเพิ่มงบโฆษณาก็อาจไม่คุ้มค่า
สิ่งที่บริษัทรับทำการตลาดส่วนใหญ่ทำคือ การใช้ Paid เพื่อพุ่งเป้าไปหากลุ่มคนที่น่าจะมีโอกาสซื้อมากที่สุดโดยใช้ Data ที่แม่นยำ หรือก็คือการนำแคมเปญของคุณไปอยู่ตรงหน้าลูกค้าเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องรออัลกอริทึมทำงานเพียงอย่างเดียวครับ
ลบความเชื่อผิดๆ ก่อนจะเผางบทิ้งฟรีๆ
ก่อนจะไปถึงวิธีเลือกใช้ ผมอยากเคลียร์ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยเวลาให้คำปรึกษาด้านการทำการตลาดออนไลน์เพื่อให้เรามองภาพตรงกันก่อนครับ
ความเชื่อที่ว่าทำ Organic ฟรี และดีที่สุดในอดีตนั้นอาจจะใช่ครับ แต่ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างๆ ปรับลดการมองเห็นลงมาก หากคุณใช้แต่ Organic อย่างเดียว กว่ากลุ่มเป้าหมายจะเห็นคอนเทนต์ คู่แข่งที่จ้างเอเจนซี่โฆษณายิงโฆษณาก็อาจชิงลงมือเข้าถึงลูกค้าตัดหน้าคุณไปก่อนแล้ว
ดังนั้นความเชื่อที่ว่าอัดงบ Paid เยอะๆ แล้วยอดขายจะมาเอง นี่คือข้อผิดพลาดที่ทำให้หลายธุรกิจเสียเงินเปล่าเลยล่ะครับ เพราะการยิงโฆษณาโดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน หรือไม่มีการทดสอบเปรียบเทียบเลย คือการใช้งบอย่างไม่คุ้มค่าเอเจนซี่โฆษณาที่ดีจะต้องใช้ Data จากโฆษณามาปรับปรุง และพัฒนาแผนงานเสมอครับ
กางสูตรลับเอเจนซี่ เลือกกลยุทธ์ยังไงให้รอด
เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุดเลยครับ ว่าสรุปแล้วแบรนด์ต่างๆ ควรเลือกทำการตลาดออนไลน์แบบไหน คำตอบที่ผมในฐานะคนทำงานเอเจนซี่จะตอบเสมอคือ ควรทำควบคู่กันไป แต่ต้องปรับสัดส่วนการทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์ของธุรกิจครับ และนี่คือแนวทางที่บริษัทรับทำการตลาดมักจะใช้ประเมินร่วมกับลูกค้า
แบรนด์ใหม่ ต้องเน้นสปีดรีบเกิดให้ได้
ถ้าคุณเพิ่งเปิดตัวสินค้า และยังไม่มีใครรู้จัก การรอให้คนมาเห็นคอนเทนต์เองเป็นเรื่องที่ใช้เวลานาน ในช่วงแรกเอเจนซี่โฆษณามักจะแนะนำให้เน้นไปใช้กลยุทธิ์แบบ Paid เพื่อสร้างการรับรู้ให้เร็วที่สุด ควบคู่ไปกับการทำ Organic เพื่อสร้างหน้าโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือ
และเพื่อให้เห็นภาพการทำการตลาดออนไลน์ในการทำงานจริง ผมขอเล่าตัวอย่างเช่น เมื่อแบรนด์สินค้าต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สิ่งที่ต้องทำคือแทนที่จะใช้งบทั้งหมดไปกับการซื้อโฆษณาทันที ทีมงานของเราจะเริ่มจากการทดสอบคอนเทนต์แบบ Organic ก่อน เราอาจจะทำโพสต์ให้ความรู้หรือรีวิว 3-4 แบบลงในเพจ แล้วดูผลตอบรับ จากนั้นจึงวิเคราะห์ดูว่าโพสต์ไหนที่คนให้ความสนใจมากที่สุด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าเนื้อหานั้นตรงใจตลาด แล้วผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดออนไลน์จึงค่อยนำงบประมาณที่มีไปยิงแบบ Paid อัดใส่ในโพสต์ที่ได้ผลตอบรับดีที่สุดนั้น วิธีนี้คือการนำ Data จาก Organic มาใช้เป็นเข็มทิศนำทางให้กับโฆษณา ซึ่งจะช่วยให้บริษัทรับทำการตลาดสามารถบริหารงบประมาณของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดครับ
SME งบน้อย ต้องเน้นความแม่นยำ
เมื่อมีงบประมาณจำกัด การกระจายงบไปทุกที่อาจไม่ตอบโจทย์การเติบโต สำหรับแบรนด์ในกลุ่มนี้เอเจนซี่จะแนะนำให้เน้นหนักไปที่กลยุทธ์แบบ Organic เป็นหลัก โดยมุ่งสร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ และสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริง จากนั้นจึงค่อยเจียดงบที่มีจำกัดไปกับกลยุทธ์แบบ Paid เพื่อยิงโฆษณาติดตามหรือ Retargeting กลับไปยังกลุ่มคนที่เคยแสดงความสนใจ วิธีนี้จะช่วยประหยัดงบ และเพิ่มโอกาสปิดการขายได้แม่นยำขึ้นมาก
แบรนด์อยากอัปสเกล ต้องเอา Data มาปั้นยอด
สำหรับธุรกิจที่อยู่ตัวแล้ว และต้องการเพิ่มยอดขายอย่างก้าวกระโดด บริษัทเอเจนซี่โฆษณาจะแนะนำให้ดึงเอา Data มหาศาลจากฝั่ง Organic ที่แบรนด์เก็บสะสมไว้ ไปสร้างเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกันในฝั่ง Paid เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ในขณะเดียวกันฝั่งทีมงานที่ดูแลด้าน Organic ก็จะคอยทำแคมเปญหรือกิจกรรมสนุกๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่กับแบรนด์อย่างเหนียวแน่นต่อไป
บทสรุป
มาถึงตรงนี้ คุณคงเห็นแล้วว่าการมานั่งเถียงกันว่า Organic หรือ Paid อะไรดีกว่ากัน อาจไม่ใช่คำถามที่ช่วยให้ธุรกิจไปต่อได้ ในมุมมองของเอเจนซี่โฆษณาการตั้งคำถามที่เหมาะสมกว่าคือ เราจะใช้เครื่องมือทั้งสองอย่างนี้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
หลักการจำง่ายๆ คือ Organic มีหน้าที่สร้างตัวตน สร้างความน่าเชื่อถือ และผูกสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ส่วน Paid คือเครื่องยนต์ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำตามเวลาที่เราต้องการ
และในอนาคตของการทำการตลาดออนไลน์ให้แบรนด์เติบโต และอยู่รอดต่อไปได้ ในมุมมองของเอเจนซี่โฆษณาจะไม่ใช่แบรนด์ที่มีงบโฆษณาหนาที่สุด แต่คือแบรนด์ที่สามารถสร้างเนื้อหา Organic ได้แข็งแกร่ง และรู้จักประยุกต์ใช้ Data จากฝั่งโฆษณาเพื่อต่อยอดธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด
ดังนั้นหากธุรกิจของคุณกำลังพบปัญหาคอขวด ไม่รู้จะแบ่งสัดส่วนงบประมาณยังไงให้คุ้มค่า การลองปรึกษาทีมรับทำการตลาดหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงมาช่วยวิเคราะห์ และวางแผน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณเดินหน้าเติบโตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนครับ
———————————————————————————————————————————————————–
| บทความแนะนำโดย Unicronet |
แต่ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วคุณยังมีความลังเลว่าระหว่างการเลือกใช้บริการเอเจนซี่โฆษณาหรือการสร้างทีม In house แบบไหนจะดีกว่ากัน สามารถไปหาคำตอบได้ที่บทความก่อนหน้านี้ของเราได้เลยครับ 🔗 วัดกันหมัดต่อหมัด เอเจนซี่ VS In house เลือกแบบไหนใช่กว่ากัน ————————————————————————————————————- |
—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet
#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing
ผู้เขียนบทความ
ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
Founder of Unicronet Agency และ Right Lane Academy ที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิทัลที่เชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลได้จริง ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ AI และ Martech เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจน และจับต้องได้
(Digital Marketing Strategy ) ประสบการณ์วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Digital Marketing โดยเฉพาะ Online Platform ยอดนิยม เช่น Facebook ads , Google ads , SEO , Tiktok , Line , Youtube , Marketplace Ads มากกว่า 500+ Campaign
(Digital Media Tools ) ประสบการณ์ด้าน Consult เทคนิคเชิงลึกสำหรับ Digital Media Tools เพื่อให้ทุกงบการลงทุนโฆษณาคุ้มค่ามากที่สุด อาทิเช่น การเพิ่ม Conversion ให้ธุรกิจ , เทคนิค ทำอย่างไรให้ CPA ราคาถูกลง , มีคนทักเยอะ ไม่มีคุณภาพ ปิดการขายไม่ได้ , สินค้าเสี่ยง Policy พร้อมเทคนิคการยิงแอดยังไงให้ไม่โดน Reject




