บ่อยครั้งเวลาที่ผู้รับเหมาที่ต้องหาวัสดุให้ทันหน้างาน กับสถาปนิกที่ต้องหาสินค้ามาใส่ในแบบ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนเลือกจะเปิด Google ค้นหาวัสดุที่น่าใช้ แทนการโทรถามหรือค้นหาจากชื่อบริษัทอยู่แล้วครับ คำถามคือตอนที่เขาพิมพ์ค้นหาวัสดุประเภทต่าง ๆ ชื่อบริษัทของคุณขึ้นมาอยู่ในอันดับค้นหาหรือเปล่า
วิธีการการตลาดออนไลน์ของวัสดุก่อสร้างที่ทำให้ผู้ค้นหาสองกลุ่มนี้ค้นเราเจอ ควรเริ่มจากคำที่เขาพิมพ์จริง แล้วทำ 4 อย่างนี้ให้ครบครับ คือหน้าเว็บแยกตามสินค้าและประเภทงาน เอกสาร Spec ที่ Google อ่านได้ Google Business Profile ที่ข้อมูลครบ และ Google Ads สำหรับคำค้นที่พร้อมขอราคาในช่วงที่ SEO ยังไม่ขึ้น ทั้งหมดนี้ต้องวัดผลไปถึงใบเสนอราคา ไม่ใช่หยุดที่จำนวนคนเข้าเว็บ
ผู้รับเหมากับสถาปนิกค้นหาต่างกันยังไง
ต่างกันที่จังหวะและสิ่งที่อยากรู้ สถาปนิกค้นตอนออกแบบ จึงพิมพ์หาคุณสมบัติ มาตรฐาน และรายละเอียดสำหรับใส่ในแบบ ส่วนผู้รับเหมาค้นตอนได้งานแล้ว จึงพิมพ์หาราคา ของพร้อมส่ง และผู้ขายที่ส่งถึงไซต์งาน เว็บที่ตอบได้แค่กลุ่มเดียวจะหลุดอีกกลุ่มไปทั้งหมด
คู่มือ SEO Starter Guide ของ Google แนะนำให้คิดถึงคำที่ผู้ใช้จะพิมพ์เพื่อหาเนื้อหาของเรา และเตือนว่าคนที่รู้เรื่องนั้นลึกอาจใช้คำค้นต่างจากคนที่เพิ่งเริ่ม (Google Search Central 2025) ในงานก่อสร้าง สถาปนิกใช้ศัพท์เทคนิค ผู้รับเหมาใช้ภาษาหน้างาน ส่วนเจ้าของโครงการใช้คำทั่วไป
ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ บริษัทผลิตบล็อกมวลเบา คำที่แต่ละกลุ่มพิมพ์อาจเป็นแบบนี้
กลุ่ม | จังหวะที่ค้น | ตัวอย่างคำค้น | หน้าที่ควรรับ |
สถาปนิก | กำลังออกแบบ เลือกวัสดุใส่ในแบบ | บล็อกมวลเบา กันความร้อน / บล็อกมวลเบา มอก. / รายละเอียดผนังบล็อกมวลเบา | หน้าสินค้าที่มีตาราง Spec และไฟล์ให้ดาวน์โหลด |
ผู้รับเหมา | ได้งานแล้ว เตรียมสั่งของ | บล็อกมวลเบา ราคาส่ง / บล็อกมวลเบา ส่งหน้างาน ชลบุรี / บล็อกมวลเบา ใช้ปูนอะไร | หน้าสินค้า หน้าพื้นที่จัดส่ง และฟอร์มขอใบเสนอราคา |
เจ้าของโครงการ | กำลังเทียบทางเลือก | บล็อกมวลเบากับอิฐมอญ ต่างกันยังไง | บทความเปรียบเทียบวัสดุ |
คำในตารางเป็นตัวอย่างสำหรับใช้คิด ไม่ใช่ข้อมูลปริมาณการค้นหา คำจริงของธุรกิจคุณหาได้จาก 3 ที่ ได้แก่ คำค้นใน Google Search Console คำที่ลูกค้าพิมพ์มาทางไลน์หรืออีเมลตอนขอราคา และคำที่เซลส์ได้ยินซ้ำ ๆ จากหน้างาน
เว็บไซต์ควรมีหน้าอะไรบ้าง
ควรมีหน้าแยกสำหรับแต่ละกลุ่มสินค้าและแต่ละประเภทงาน แทนแคตตาล็อกหน้าเดียวที่รวมทุกอย่าง หน้าที่หัวข้อและเนื้อหาตรงกับสิ่งที่คนค้น ช่วยให้ทั้ง Google และคนอ่านรู้ทันทีว่าหน้านี้ตอบเรื่องอะไร
เว็บไซต์ของผู้ขายยังเป็นจุดที่ผู้ซื้อธุรกิจใช้หาข้อมูลด้วยตัวเอง Forrester สำรวจผู้ซื้อธุรกิจทั่วโลกกว่า 16,000 คนในปี 2024 พบว่า GenAI ขึ้นมาเป็นช่องทางหาข้อมูลด้วยตัวเองอันดับแรก ตามมาติด ๆ ด้วยการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ของผู้ขาย (Forrester 2024)
หน้า | ตอบใคร | ต้องมีอะไร |
หน้ากลุ่มสินค้า | สถาปนิก ผู้รับเหมา | ชื่อสินค้าแบบที่ตลาดเรียก ขนาด รุ่น ตาราง Spec ลิงก์ไฟล์ Spec และปุ่มขอใบเสนอราคา |
หน้าตามประเภทงาน | สถาปนิก เจ้าของโครงการ | งานโรงงาน งานอาคารสูง หรืองานบ้านจัดสรร ใช้สินค้าตัวไหน เพราะอะไร |
หน้าผลงานโครงการ | ทุกกลุ่ม | รูปหน้างานจริง ประเภทโครงการ และสินค้าที่ใช้ โดยขออนุญาตเจ้าของโครงการก่อนเผยแพร่ |
หน้าพื้นที่จัดส่งและบริการ | ผู้รับเหมา | จังหวัดที่ส่งถึง ระยะเวลาจัดส่ง ยอดสั่งขั้นต่ำ และเงื่อนไขรับคืน |
บทความตอบคำถาม | เจ้าของโครงการ สถาปนิก | เปรียบเทียบวัสดุ วิธีเลือก และข้อควรระวังตอนติดตั้ง |
หน้าผลงานโครงการเป็นหน้าที่ควรทำให้ดีเป็นพิเศษ Google ให้คำถามสำหรับประเมินเนื้อหาของตัวเองข้อหนึ่งว่า เนื้อหาแสดงความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ตรงและความรู้เชิงลึกชัดเจนไหม (Google Search Central 2026) รูปหน้างานจริงพร้อมรายละเอียดว่าใช้สินค้าตัวไหนกับงานแบบไหน คือหลักฐานแบบนั้นโดยตรง
เวลาเขียน ให้ใช้คำที่ลูกค้าเรียกจริงในหัวข้อหน้าและใน URL Google ระบุว่าส่วนหนึ่งของ URL อาจแสดงในผลการค้นหา และแนะนำให้ใส่คำที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ไว้ใน URL ส่วนเนื้อหายาวให้แบ่งเป็นย่อหน้าและมีหัวข้อ เพื่อให้คนอ่านไล่หาได้เร็ว (Google Search Central 2025)
ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าต้องใส่ทุกคำลงในหน้า คู่มือฉบับเดียวกันบอกว่าไม่ต้องกังวลถ้าคาดไม่ครบทุกรูปแบบที่คนจะค้น เพราะระบบจับคู่ภาษาของ Google เข้าใจได้ว่าหน้าหนึ่งเกี่ยวกับคำค้นหลายแบบ หน้าที่เขียนให้คนอ่านเข้าใจง่ายจึงสำคัญกว่าการซ้ำคำ
Spec วัสดุควรอยู่บนเว็บแบบไหน
ควรมีทั้งข้อมูลสำคัญเป็นตัวหนังสือบนหน้าสินค้า และไฟล์ PDF ฉบับเต็มให้ดาวน์โหลดจากหน้าเดียวกัน เพราะสถาปนิกต้องการทั้งดูเร็วและเก็บไฟล์ไปใช้ต่อ ส่วน Google อ่านได้ทั้งสองแบบ
Google ระบุว่าเก็บข้อมูล (Index) เนื้อหาของไฟล์ PDF ได้ (Google Search Central 2026) แต่ถ้าตาราง Spec ฝังเป็นรูปภาพ คนที่เปิดบนมือถือต้องซูม และคัดลอกตัวเลขไปใช้ไม่ได้ ข้อมูลที่สถาปนิกใช้เทียบ เช่น ขนาด น้ำหนัก ค่าทนไฟ ค่าการนำความร้อน และมาตรฐานที่ผ่าน จึงควรพิมพ์เป็นตารางบนหน้าเว็บด้วย
เช็กลิสต์ไฟล์ Spec ที่ใช้ได้ทันที
- ตั้งชื่อไฟล์ให้อ่านรู้เรื่อง เช่น aac-block-spec-75mm.pdf แทนชื่อไฟล์ที่ได้จากเครื่องสแกน
- ใส่วันที่หรือรุ่นของเอกสาร ให้สถาปนิกรู้ว่าเป็นฉบับล่าสุด
- เปิดไฟล์ Spec ได้จากลิงก์บนหน้าสินค้าโดยตรง ไม่ต้องกรอกฟอร์มก่อน ส่วนไฟล์ที่อยากรู้ว่าใครโหลด เช่น ไฟล์แบบ CAD หรือ BIM จะขอชื่อและบริษัทก่อนก็ได้
- ใส่ช่องทางติดต่อไว้ในไฟล์ เพราะไฟล์อาจถูกส่งต่อในกลุ่มไลน์ของโครงการ คนที่ได้รับต่อควรติดต่อกลับได้ทันที
- ข้อความเรื่องมาตรฐานต้องตรงกับเอกสารจริง เลข มอก. หรือใบรับรองอื่น ควรตรวจกับฝ่ายที่ดูแลมาตรฐานสินค้าก่อนขึ้นเว็บ
เรื่องนี้ต่อถึงงานขายด้วย เมื่อสถาปนิกระบุรุ่นไว้ในแบบ แล้วผู้รับเหมามาขอใบเสนอราคา ใบเสนอราคาที่อ้างรุ่นและ Spec ตรงกับในแบบช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ส่วนสาเหตุที่ผู้รับเหมาขอราคาแล้วเงียบไป เราเขียนไว้ในบทความ ผู้รับเหมาขอใบเสนอราคาวัสดุก่อสร้างแล้วเงียบหาย เกิดจากอะไร
Google Business Profile ช่วยอะไรได้บ้าง
ช่วยให้บริษัทขึ้นในผลการค้นหาแบบพื้นที่และบน Google Maps เวลาผู้รับเหมาค้นหาผู้ขายหรือคลังสินค้าใกล้ไซต์งาน Google Business Profile คือโปรไฟล์ธุรกิจบน Google ที่แสดงชื่อ ที่ตั้ง เวลาทำการ รูป และรีวิว
Google ระบุว่าผลการค้นหาแบบพื้นที่ขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก คือความเกี่ยวข้อง ระยะทาง และความเป็นที่รู้จัก และระบุชัดว่าไม่มีวิธีขอหรือจ่ายเงินเพื่อให้อันดับในผลแบบพื้นที่ดีขึ้น (Google Business Profile Help)
ปัจจัย | Google หมายถึงอะไร | ธุรกิจวัสดุก่อสร้างทำอะไรได้ |
ความเกี่ยวข้อง | โปรไฟล์ตรงกับสิ่งที่คนค้นแค่ไหน | เลือกหมวดธุรกิจให้ตรง ใส่สินค้าและบริการให้ครบ เช่น จัดส่งถึงไซต์งาน ตัดตามขนาด |
ระยะทาง | ธุรกิจอยู่ห่างจากคนที่ค้นแค่ไหน | มีโปรไฟล์ให้ทุกสาขาหรือคลังที่เปิดให้ลูกค้าเข้าไปติดต่อได้จริงในเวลาทำการ |
ความเป็นที่รู้จัก | ธุรกิจเป็นที่รู้จักแค่ไหน ดูจากข้อมูลอย่างจำนวนเว็บที่ลิงก์มาและจำนวนรีวิว | ขอรีวิวจากผู้รับเหมาที่ซื้อจริง และตอบรีวิวทุกครั้ง |
ถ้าบริษัทไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเข้า และส่งของถึงไซต์งานอย่างเดียว แนวทางของ Google คือตั้งเป็นธุรกิจแบบพื้นที่ให้บริการ (Service-area business) และซ่อนที่อยู่จากลูกค้า ส่วนชื่อธุรกิจควรตรงกับชื่อที่ใช้จริงบนป้าย เว็บไซต์ และเอกสาร (Google Business Profile Help)
สำหรับโรงงานที่ขายผ่านตัวแทนเป็นหลัก Business Profile อาจไม่ใช่ช่องทางหาลูกค้าหลัก แต่ยังควรมีไว้และดูแลข้อมูลให้ถูก เพราะคนที่ค้นชื่อบริษัทมีโอกาสเห็นข้อมูลชุดนี้ก่อนตัดสินใจโทร
ควรยิง Google Ads ไปพร้อม SEO ไหม
ควร ถ้ามีงบ เพราะ SEO ใช้เวลากว่าจะเห็นผล ส่วน Google Ads เริ่มแสดงได้เร็วหลังโฆษณาผ่านการตรวจ ช่วงแรกจึงใช้โฆษณาเก็บคำค้นที่พร้อมขอราคา แล้วค่อยลดงบในคำที่หน้าเว็บเริ่มติดอันดับเองได้
คู่มือ SEO ของ Google บอกว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน และแนะนำให้รอสักสองสามสัปดาห์ก่อนประเมินว่างานได้ผลไหม (Google Search Central 2025) ส่วนโฆษณาบน Google Search แสดงใกล้ผลการค้นหาเมื่อมีคนค้นด้วยคำที่เกี่ยวกับคีย์เวิร์ดที่เราเลือก (Google Ads Help) และเรากำหนดได้ว่ายอมจ่ายต่อคลิกสูงสุดเท่าไหร่ ซึ่งเรียกว่า Max CPC (Google Ads Help)
วิธีตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง
- เริ่มจากคำที่บอกว่าพร้อมซื้อ เช่น ชื่อสินค้า + ราคาส่ง, ชื่อสินค้า + ใบเสนอราคา หรือชื่อสินค้า + ชื่อจังหวัด
- เลือกรูปแบบการจับคู่คำให้เหมาะ Broad match แสดงโฆษณาในคำค้นที่เกี่ยวข้องได้แม้ไม่มีความหมายตรงกับคีย์เวิร์ด Phrase match แสดงเมื่อคำค้นมีความหมายของคีย์เวิร์ด และ Exact match แสดงเมื่อคำค้นมีความหมายหรือเจตนาเดียวกัน Google ตั้ง Broad match เป็นค่าตั้งต้นให้ทุกคีย์เวิร์ด ถ้างบจำกัดควรเลือก Phrase หรือ Exact เอง (Google Ads Help)
- ใส่คีย์เวิร์ดเชิงลบ (Negative keywords) เพื่อกันไม่ให้โฆษณาแสดงในคำค้นที่มีคำนั้น เช่น สมัครงาน มือสอง หรือ DIY ถ้าบริษัทไม่ขายปลีก
- ส่งคนที่คลิกไปหน้าสินค้าที่ตรงคำค้น ไม่ใช่หน้าแรกของเว็บ เพราะคนที่ค้นรุ่นสินค้าต้องการเห็นรุ่นนั้นทันที
ปีนี้การเลือกคำยิ่งสำคัญ วิจัยกรุงศรีประเมินว่าตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวหรือขยายตัวได้อย่างจำกัด และในไตรมาสแรกผู้รับเหมาหลายรายเน้นระบายวัสดุที่มีอยู่ในสต็อกแทนการสั่งซื้อใหม่ (วิจัยกรุงศรี 2569) เมื่อโครงการเดินช้า งบโฆษณาที่ลงกับคำค้นที่บอกว่ากำลังจะซื้อ ใช้ได้คุ้มกว่างบที่กระจายไปกับคำกว้าง ๆ
วัดผลยังไงว่าคนที่ค้นเจอเป็นลูกค้าจริง
วัดให้ไปถึงใบเสนอราคา โดยดู 3 ชั้น คือคนค้นเจอไหม เข้ามาแล้วติดต่อไหม และคนที่ติดต่อเป็นผู้รับเหมาหรือสถาปนิกที่มีโครงการจริงไหม ถ้าดูแค่ยอดคนเข้าเว็บ จะตอบ CEO ไม่ได้ว่าการค้นเจอบน Google สร้างงานขายจริงหรือเปล่า
ชั้น | ดูอะไร | ดูจากไหน |
ค้นเจอ | จำนวนครั้งที่แสดงผล คลิก และคำค้นที่พาคนเข้าเว็บ | Google Search Console และ Business Profile |
ติดต่อ | ฟอร์มขอใบเสนอราคา การกดโทร การกดไลน์ และการดาวน์โหลด Spec | GA4 ที่ตั้ง Conversion ไว้ |
เป็นลูกค้าจริง | สัดส่วนที่เซลส์รับไปคุยต่อ และใบเสนอราคาที่ออกจริง | CRM หรือชีตที่เซลส์อัปเดต |
GA4 คือเครื่องมือวัดพฤติกรรมคนเข้าเว็บของ Google ส่วน Conversion คือการกระทำที่นับเป็นผล เช่น ส่งฟอร์มหรือกดโทร อีกจุดที่ช่วยได้มากคือเพิ่มช่องในฟอร์มขอใบเสนอราคา 2 ช่อง ได้แก่ ประเภทลูกค้า และชื่อหรือประเภทโครงการ ข้อมูลนี้บอกได้ทันทีว่าหน้าไหนดึงผู้รับเหมา หน้าไหนดึงสถาปนิก
ถ้าตัวเลขชั้นใดชั้นหนึ่งหายไปโดยไม่รู้สาเหตุ ให้เช็กก่อนว่าระบบนับครบไหม ก่อนสรุปว่าคนค้นหาน้อยลง วิธีไล่เช็กทีละชั้นอยู่ในบทความ ทำไมยอด Lead ลดลง ทั้งที่งบโฆษณาเท่าเดิม
เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับไล่ดูเว็บของบริษัทในบ่ายเดียว
- มีหน้าแยกตามกลุ่มสินค้า และชื่อหน้าใช้คำที่ลูกค้าเรียก
- ตาราง Spec เป็นตัวหนังสือ และมี PDF ที่เปิดได้โดยไม่ต้องกรอกฟอร์ม
- ทุกหน้าสินค้ามีปุ่มขอใบเสนอราคา และมีหน้าบอกพื้นที่จัดส่ง
- Business Profile ข้อมูลครบ ชื่อตรงกับป้ายและเว็บไซต์
- ฟอร์มมีช่องประเภทลูกค้าและโครงการ
- Search Console และ GA4 นับฟอร์มได้ครบ
เช็กลิสต์นี้เอาไปใช้กับเว็บของบริษัทได้ทันที แม้จะไม่ได้ทำงานกับเราก็ตามครับ ถ้าอยากให้มีคนช่วยดูว่าหน้าไหนควรทำก่อน ทีมดูแลSEO On-pageของเราเริ่มจากคำค้นจริงของธุรกิจคุณก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกค้าเริ่มถาม AI แทน Google ต้องทำอะไรเพิ่มไหม สำหรับ AI Overviews และ AI Mode ของ Google คำตอบคือไม่ต้องทำอะไรพิเศษ Google ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติม ไม่ต้องสร้างไฟล์สำหรับ AI และไม่มี Schema พิเศษที่ต้องใส่ หน้าที่จะถูกแสดงเป็นลิงก์อ้างอิงต้องถูก Index และแสดงในผลการค้นหาพร้อมข้อความตัวอย่างได้ (Google Search Central 2025) สิ่งที่ทำตามบทความนี้จึงใช้ได้กับทั้งสองทาง เรื่องนี้ไม่ควรรอ เพราะ Forrester รายงานในปี 2024 ว่าผู้ซื้อเกือบ 95% คาดว่าจะใช้ GenAI ช่วยตัดสินใจซื้อภายใน 12 เดือนข้างหน้า (Forrester 2024)
ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก ยังต้องทำเว็บให้ค้นเจอไหม ยังต้องทำ เพราะสถาปนิกที่จะระบุยี่ห้อในแบบต้องการ Spec และข้อมูลรับรองจากเจ้าของสินค้าโดยตรง เว็บของโรงงานจึงทำหน้าที่ให้ข้อมูลและพาคนไปหาตัวแทน หน้าที่ควรเพิ่มคือรายชื่อตัวแทนแยกตามจังหวัด และฟอร์มที่ส่ง Lead ต่อให้ตัวแทนในพื้นที่
ควรใส่ราคาสินค้าบนเว็บไหม ขึ้นกับว่าราคาเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนและขึ้นกับปริมาณสั่งหรือเปล่า สินค้าที่ราคาผันตามวัตถุดิบหรือขึ้นกับระยะทางจัดส่ง ใส่ปุ่มขอใบเสนอราคาพร้อมบอกว่าจะตอบกลับภายในเวลาเท่าไหร่ มักใช้ได้ดีกว่าใส่ราคาที่ต้องตามแก้ ส่วนสินค้ามาตรฐานที่ราคานิ่ง การบอกราคาเริ่มต้นช่วยคัดคนที่งบไม่ตรงออกได้ตั้งแต่ก่อนติดต่อ
ทำหน้าใหม่แล้ว นานแค่ไหนถึงจะเริ่มมีคนค้นเจอ Google ระบุว่าการเก็บข้อมูลหน้าเว็บ (Crawling) ใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ (Google Search Central 2025) หลังจากนั้นดูได้จากรายงานใน Search Console ว่าหน้าเริ่มแสดงในคำค้นไหนบ้าง ส่วนการติดอันดับในคำที่มีคู่แข่งมาก ใช้เวลานานกว่านั้นและไม่มีใครกำหนดวันได้แน่นอน
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central · SEO Starter Guide (อัปเดต 10 ธันวาคม 2025)
- Google Search Central · Creating helpful, reliable, people-first content (อัปเดต 5 ตุลาคม 2026)
- Google Search Central · File types indexable by Google (อัปเดต 3 กุมภาพันธ์ 2026)
- Google Search Central · AI features and your website (อัปเดต 10 ธันวาคม 2025)
- Google Search Central · Ask Google to recrawl your URLs (อัปเดต 10 ธันวาคม 2025)
- Google Business Profile Help · Tips to improve your local ranking on Google
- Google Business Profile Help · Guidelines for representing your business on Google
- Google Ads Help · About the Google Search Network
- Google Ads Help · Maximum CPC bid: Definition
- Google Ads Help · About keyword matching options
- Forrester · The State of Business Buying, 2024 (4 ธันวาคม 2024)
- Forrester · Press release: The State of Business Buying, 2024 (4 ธันวาคม 2024)
- วิจัยกรุงศรี · แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2569-2571: ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง (9 กรกฎาคม 2569)
—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet
#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing
ผู้เขียนบทความ

ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
Founder ของ Unicronet Agency และ Right Lane ทำงานกับทีมการตลาดขององค์กรมากว่า 10 ปี บนความเชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลย้อนกลับได้
วางแผนและดูแลแคมเปญบน Facebook Ads, Google Ads, TikTok, LINE, YouTube, Marketplace Ads และงาน SEO มาแล้วกว่า 500 แคมเปญ ให้กับแบรนด์ชั้นนำและบริษัทข้ามชาติ
งานที่ถนัดคือการออกแบบระบบหาลูกค้าให้ธุรกิจที่ปิดการขายยาก ตั้งแต่คุณภาพของลีดที่เข้ามา ต้นทุนต่อดีลที่ปิดได้จริง ไปจนถึงการโฆษณาในหมวดสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ โดยใช้ Martech และ AI เป็นเครื่องมือวัดผล
Google Partner · Meta Business Partner




