จะทำยังไง? เมื่อเปิดรายงานเว็บทีไรก็เห็นคนเข้าทุกวัน แต่เซลส์ยังบอกเหมือนเดิมว่าไม่มีใครติดต่อมาจากเว็บเลย ขอบอกเลยว่าอาการแบบนี้เจอบ่อยในบริษัทที่ขายสินค้ามูลค่าสูงให้ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่แก้ได้โดยไม่ต้องรื้อเว็บใหม่ทั้งเว็บหรอกครับ
เพราะเว็บไซต์มีคนเข้าแต่ไม่มีคนติดต่อ มักเกิดจาก 4 สาเหตุ คือระบบนับการติดต่อไม่ครบ คนที่เข้าเว็บส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้ซื้อ หน้าเว็บไม่ตอบสิ่งที่ผู้ซื้ออยากรู้ก่อนติดต่อ และฟอร์มหรือปุ่มโทรใช้ยาก ทางที่เร็วที่สุดคือไล่เช็กตามลำดับนี้ เพราะข้อแรกใช้เวลาน้อยที่สุด และบอกได้ทันทีว่าปัญหามีอยู่จริงหรือเปล่า
ระบบนับการติดต่อครบไหม
หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ว่าหลายเว็บนับไม่ครบครับ มันจึงดูเหมือนไม่มีใครติดต่อ ทั้งที่มีคนติดต่อมาจริงผ่านช่องทางที่ระบบไม่ได้นับ ก่อนสรุปว่าเว็บไม่สร้าง Lead (รายชื่อผู้สนใจที่ติดต่อเข้ามา) ให้เช็กก่อนว่าทุกช่องทางที่คนใช้ติดต่อถูกนับครบแล้ว
GA4 (Google Analytics 4) คือเครื่องมือวัดพฤติกรรมคนเข้าเว็บของ Google ระบบวัดการส่งฟอร์มทั่วไปให้อัตโนมัติผ่านเหตุการณ์ชื่อ form_submit แต่ Google แนะนำให้สร้างเหตุการณ์แยกสำหรับฟอร์มที่ต้องการวัดโดยเฉพาะ เช่น ฟอร์มขอใบเสนอราคา แล้วตั้งเป็น Key event แทนการนับทุกฟอร์มรวมกัน (Google Analytics Help)
Key event คือเหตุการณ์ที่วัดการกระทำซึ่งสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ และเหตุการณ์ใดก็ตั้งเป็น Key event ได้ (Google Analytics Help) สำหรับบริษัท B2B การกระทำที่ควรนับมีมากกว่าฟอร์ม
ช่องทางที่มักหลุดจากการนับ
- การโทรจากคอมพิวเตอร์ คนที่เห็นเบอร์บนจอคอมแล้วหยิบมือถือโทรเอง ระบบไม่มีทางรู้ว่ามาจากเว็บ
- ปุ่มไลน์และอีเมล ถ้าไม่ได้ตั้งให้นับการกด คนที่ทักไลน์จากเว็บจะถูกนับเป็นลูกค้าที่เซลส์หาเอง
- เบอร์เซลส์ในไฟล์ Spec หรือแคตตาล็อก คนที่โหลดไฟล์จากเว็บแล้วโทรหาเซลส์ตรง จะไม่ถูกนับว่ามาจากเว็บ
- ฟอร์มที่ส่งเข้าอีเมลที่ไม่มีใครเปิด เช่น อีเมลของพนักงานที่ลาออกไปแล้ว หรืออีเมลที่ตกไปอยู่ในกล่องสแปม
วิธีที่ง่ายที่สุดและใช้ได้ทันทีคือให้เซลส์ถามทุกสายใหม่ว่ารู้จักบริษัทจากไหน แล้วจดลงชีตหรือ CRM (ระบบเก็บข้อมูลลูกค้า) ข้อมูลนี้ช่วยเติมส่วนที่ GA4 มองไม่เห็น ขอบเขตงานตั้งระบบนับให้ครบทุกช่องทาง ดูตัวอย่างได้ที่หน้า Smart Tracking
ถ้าการติดต่อเคยมีแล้วหายไปกะทันหัน วิธีไล่เช็กทีละชั้นอยู่ในบทความ ทำไมยอด Lead ลดลง ทั้งที่งบโฆษณาเท่าเดิม
คนที่เข้าเว็บทุกวัน เป็นใครบ้าง
ไม่ใช่ทุกคนเป็นผู้ซื้อ คนที่เข้าเว็บบริษัท B2B มีทั้งคนหางาน ลูกค้าเดิมที่เข้ามาหาเบอร์โทร ซัพพลายเออร์ นักศึกษาที่อ่านบทความ และคู่แข่ง ยอดคนเข้าเว็บรวมจึงบอกไม่ได้ว่ามีผู้ซื้อเข้ามามากแค่ไหน
ส่วนบอท Google ระบุว่า GA4 ตัดทราฟฟิกจากบอทและสไปเดอร์ที่รู้จักออกให้อัตโนมัติ แต่ตอนนี้ยังดูไม่ได้ว่าตัดออกไปเท่าไหร่ (Google Analytics Help) ถึงจะมีบอทที่ระบบไม่รู้จักหลุดมาได้บ้าง ส่วนที่ควรดูก่อนคือคนจริงที่เข้ามาด้วยเหตุผลต่างกัน
การแยกว่าใครเป็นผู้ซื้อ ดูจาก 3 ที่นี้
ดูจากไหน | ดูอะไร | บอกอะไร |
GA4 รายงาน Landing page | หน้าแรกที่คนเข้ามาถึง และจำนวนคนต่อหน้า | หน้าที่ดึงคนเข้าเว็บเป็นหน้าสินค้า หรือหน้าสมัครงานและบทความทั่วไป |
Search Console รายงาน Performance | คำค้นที่พาคนเข้าเว็บ | คนค้นชื่อสินค้าและคำที่บอกว่าจะซื้อ หรือค้นเรื่องทั่วไป |
คำตอบที่เซลส์จดจากสายใหม่ | ลูกค้ารู้จักบริษัทจากไหน | เว็บพาผู้ซื้อมาจริงไหม และมาทางหน้าไหน |
รายงาน Landing page ของ GA4 แสดงหน้าแรกที่คนเข้ามาถึงเว็บ และจำนวนคนที่เข้ามาถึงแต่ละหน้า (Google Analytics Help) ส่วนรายงาน Performance ของ Search Console บอกได้ว่าคำค้นไหนพาคนเข้าเว็บ (Search Console Help)
ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ บริษัทให้เช่าและขายนั่งร้านเขียนบทความเรื่องนั่งร้านมีกี่แบบ แล้วบทความนี้ดึงคนเข้าเว็บได้มากที่สุด พอเปิดคำค้นใน Search Console จะเห็นว่าคำส่วนใหญ่เป็นคำของคนที่อยากรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำของผู้รับเหมาที่กำลังจะเช่า เช่น เช่านั่งร้านรายเดือน หรือเช่านั่งร้านพร้อมติดตั้ง ยอดคนเข้าเว็บจึงสูง แต่คนที่พร้อมขอใบเสนอราคาแทบไม่ได้ผ่านหน้านี้
บทความแบบนี้ไม่ได้เสียเปล่า มันช่วยให้คนรู้จักบริษัท เพียงแต่ไม่ควรนับเป็นตัวเลขเดียวกับหน้าสินค้า สิ่งที่ทำต่อได้คือใส่ลิงก์จากบทความไปหน้าบริการเช่าที่ตรงเรื่อง และแยกรายงานหน้าสินค้าออกจากบทความ
หน้าเว็บตอบสิ่งที่ผู้ซื้ออยากรู้ไหม
ถ้าหน้าเว็บไม่มีข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้ตัดสินใจ ผู้ซื้อมีทางที่ง่ายกว่าการโทรมาถาม คือกลับไปดูเว็บเจ้าอื่นที่ตอบครบกว่า เพราะการเปิดแท็บใหม่ใช้แรงน้อยกว่าการยกหูโทรศัพท์
ผู้ซื้อธุรกิจหาข้อมูลด้วยตัวเองมากขึ้น Forrester สำรวจผู้ซื้อธุรกิจทั่วโลกกว่า 16,000 คนในปี 2024 พบว่าช่องทางที่ผู้ซื้อใช้หาข้อมูลด้วยตัวเองมากที่สุดคือ GenAI ตามมาติด ๆ ด้วยการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ของผู้ขาย (Forrester 2024) แปลว่าเว็บของบริษัทต้องตอบคำถามได้ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ซื้อจะคุยกับเซลส์
สิ่งที่ผู้รับเหมามักอยากรู้ก่อนตัดสินใจติดต่อ
ผู้รับเหมาอยากรู้ | ถ้าไม่มีบนหน้าเว็บ |
ขนาด รุ่น และ Spec ตรงกับที่ระบุในแบบไหม | ต้องโทรถามก่อน หรือไปหาเจ้าที่มีตาราง Spec ให้ดูเลย |
ส่งถึงไซต์งานในจังหวัดนี้ไหม ใช้เวลากี่วัน | ไม่แน่ใจว่าคุ้มที่จะติดต่อ |
สั่งขั้นต่ำเท่าไหร่ | กลัวว่างานเล็กเกินไปจะไม่ได้รับคำตอบ |
ขอใบเสนอราคาแล้วจะได้คำตอบเมื่อไหร่ | ส่งคำขอไปหลายเจ้าพร้อมกันแล้วเลือกเจ้าที่ตอบก่อน |
เคยทำโครงการแบบเดียวกันมาก่อนไหม | ไม่มั่นใจว่าบริษัทรับงานขนาดนี้ได้ |
ลองเปิดหน้าสินค้าที่มีคนเข้ามากที่สุด แล้วอ่านแบบผู้รับเหมาที่ต้องสั่งของให้ทันหน้างาน ถ้าคำถามในตารางนี้ยังต้องโทรถามเกินครึ่ง นั่นคือจุดที่ควรเติมก่อน ข้อมูลอย่างพื้นที่จัดส่ง ระยะเวลาตอบใบเสนอราคา และรูปโครงการที่เคยส่งของ เป็นข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้ว แค่ยังไม่ได้ขึ้นเว็บ
ฟอร์มและปุ่มโทรใช้งานง่ายแค่ไหน
ยิ่งติดต่อได้ด้วยแรงน้อย คนยิ่งติดต่อมาง่าย ฟอร์มที่ยาว หน้าเว็บที่โหลดช้าบนมือถือ และเบอร์โทรที่กดโทรไม่ได้ ทำให้คนที่ตั้งใจจะติดต่อหลุดไปกลางทาง
Nielsen Norman Group หน่วยงานวิจัยด้านการใช้งานเว็บ แนะนำให้ทำฟอร์มให้สั้น ตัดช่องที่หาข้อมูลได้จากทางอื่นหรือถามทีหลังได้ และระบุว่าการตัดช่องออกจากฟอร์มทุกครั้งช่วยเพิ่มอัตราการส่งฟอร์ม (Nielsen Norman Group 2016) ฟอร์มขอใบเสนอราคาวัสดุก่อสร้างจึงควรบังคับกรอกเฉพาะช่องที่เซลส์ต้องใช้จริงในการโทรกลับ เช่น ชื่อ เบอร์โทร บริษัท สินค้าที่สนใจ และจังหวัดของไซต์งาน ส่วนปริมาณหรือไฟล์แบบให้เป็นช่องไม่บังคับ
ถ้าเปิดการวัดผลแบบ Enhanced measurement ไว้ GA4 จะเก็บเหตุการณ์ form_start เมื่อคนเริ่มกรอกฟอร์มครั้งแรกในการเข้าเว็บรอบนั้น และ form_submit เมื่อกดส่ง ใช้เทียบได้ว่ามีคนเริ่มกรอกกี่คน และส่งจริงกี่คน (Google Analytics Help) ถ้าเริ่มกรอกเยอะแต่ส่งน้อย ปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวฟอร์ม ไม่ใช่คนที่เข้าเว็บ
เรื่องความเร็ว web.dev ของ Google แนะนำให้เนื้อหาส่วนที่ใหญ่ที่สุดบนจอแสดงเสร็จภายใน 2.5 วินาที ค่านี้เรียกว่า LCP (Largest Contentful Paint) และควรวัดให้ 75% ของการเปิดหน้าทำได้ตามเกณฑ์ โดยแยกมือถือกับคอมพิวเตอร์ (web.dev 2025) ผู้รับเหมาที่หาของระหว่างอยู่หน้างานใช้มือถือเป็นหลัก หน้าที่หนักด้วยรูปขนาดใหญ่จึงเสียคนกลุ่มนี้ได้ง่าย
จุดเล็ก ๆ ที่แก้ได้ในวันเดียว
- เบอร์โทรเป็นตัวหนังสือที่แตะแล้วโทรออกได้บนมือถือ ไม่ใช่ภาพ
- มีปุ่มไลน์สำหรับคนที่สะดวกพิมพ์มากกว่าคุยโทรศัพท์
- ปุ่มขอใบเสนอราคาอยู่บนทุกหน้าสินค้า ไม่ใช่แค่หน้าติดต่อเรา
- หลังส่งฟอร์ม มีข้อความบอกว่าจะติดต่อกลับภายในเมื่อไหร่
ควรไล่เช็กอะไรก่อน ภายใน 1 สัปดาห์
เริ่มจากข้อที่ใช้เวลาน้อยและบอกได้ชัดที่สุด คือลองติดต่อเข้ามาเองทุกช่องทาง แล้วค่อยดูว่าใครเข้าเว็บ และหน้าเว็บตอบครบไหม ลำดับนี้ทำได้ด้วยทีมการตลาดที่มีอยู่ ไม่ต้องจ้างใครเพิ่ม
วัน | ทำอะไร | ได้คำตอบเรื่องอะไร |
วันที่ 1 | ลองส่งฟอร์ม กดโทร และกดไลน์ จากทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ แล้วดูว่าข้อความไปถึงมือใคร | ช่องทางติดต่อใช้ได้จริงไหม |
วันที่ 2 | เปิดรายงาน Realtime ใน GA4 ระหว่างลองส่งฟอร์มอีกรอบ ดูว่าการส่งถูกนับไหม | ระบบนับครบหรือเปล่า |
วันที่ 3 | เปิดรายงาน Landing page และคำค้นใน Search Console ย้อนหลัง 3 เดือน | คนที่เข้าเว็บเป็นใคร |
วันที่ 4 | อ่านหน้าสินค้าที่คนเข้ามากที่สุด 3 หน้า เทียบกับตารางคำถามของผู้รับเหมาด้านบน | หน้าเว็บตอบครบไหม |
วันที่ 5 | ตรวจความเร็วบนมือถือด้วย PageSpeed Insights และนับช่องบังคับกรอกในฟอร์ม | ฟอร์มและหน้าเว็บใช้ง่ายไหม |
ตลอดสัปดาห์ | ให้เซลส์ถามทุกสายใหม่ว่ารู้จักบริษัทจากไหน | เว็บพาผู้ซื้อมาจริงแค่ไหน |
จบสัปดาห์จะได้รายการสั้น ๆ ว่าติดที่ข้อไหน รายการนี้ใช้ตอบ CEO ได้ตรงกว่ายอดคนเข้าเว็บ เพราะบอกได้ทั้งปัญหาและสิ่งที่จะแก้ต่อ
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ต้องทำยังไงต่อ
เมื่อเว็บเริ่มมีคนขอใบเสนอราคาเข้ามา คำถามถัดไปมักเป็นเรื่องที่บางรายขอราคาแล้วเงียบไป เราเขียนเรื่องนี้ไว้ในบทความ ผู้รับเหมาขอใบเสนอราคาวัสดุก่อสร้างแล้วเงียบหาย เกิดจากอะไร
ส่วนตารางเช็ก 1 สัปดาห์ด้านบน เอาไปใช้กับเว็บของบริษัทได้ทันที แม้จะไม่ได้ทำงานกับเราก็ตามครับ
คำถามที่พบบ่อย
อัตราการติดต่อจากเว็บ B2B เท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ ยังไม่มีตัวเลขกลางจากแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพราะขึ้นกับมูลค่าสินค้า จำนวนผู้ซื้อในตลาด และสัดส่วนคนที่เข้าเว็บด้วยเหตุผลอื่น ตัวเลขที่ใช้ได้จริงคือตัวเลขของบริษัทเอง ให้เก็บจำนวนการติดต่อเทียบกับจำนวนคนที่เข้าหน้าสินค้าทุกเดือน แล้วดูว่าดีขึ้นไหมหลังแก้แต่ละจุด
ควรยิงโฆษณาเพิ่มเพื่อให้คนเข้าเว็บมากขึ้นไหม ควรแก้จุดที่ทำให้คนหลุดก่อน ถ้าระบบนับไม่ครบหรือฟอร์มใช้ยาก การเพิ่มคนเข้าเว็บจะเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ยังตอบไม่ได้ว่าได้อะไรกลับมา เมื่อหน้าสินค้าเริ่มมีคนติดต่อจากคนที่เข้ามาเองแล้ว การเพิ่มงบโฆษณาจะวัดผลได้ชัดกว่า
เว็บเก่ามาก ต้องทำเว็บใหม่ทั้งเว็บไหม ไม่จำเป็นเสมอไป เริ่มจากหน้าที่มีคนเข้ามากที่สุด 3–5 หน้า เติมข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้ แก้ฟอร์ม และตั้งระบบนับให้ครบ ถ้าแก้แล้วยังติดข้อจำกัดของระบบเว็บเดิม เช่น แก้หน้าเองไม่ได้ หรือโหลดช้าบนมือถือทั้งเว็บ ค่อยพิจารณาทำเว็บใหม่
ใส่แชทบนเว็บช่วยให้คนติดต่อมากขึ้นไหม ช่วยได้ถ้ามีคนตอบทันในเวลาทำการ แชทที่ทักไปแล้วไม่มีใครตอบทำให้ผู้ซื้อรู้สึกแย่กว่าไม่มีแชท สำหรับบริษัทที่เซลส์ใช้ไลน์คุยกับลูกค้าอยู่แล้ว ปุ่มไลน์ที่ส่งเข้าบัญชีบริษัทมักดูแลง่ายกว่า และควรตั้งให้นับการกดด้วย
แหล่งอ้างอิง
- Google Analytics Help · How to measure key events with Google Analytics
- Google Analytics Help · Key event
- Google Analytics Help · Enhanced measurement events
- Google Analytics Help · Known bot-traffic exclusion
- Google Analytics Help · Landing page
- Search Console Help · Performance report (Search results)
- web.dev · Largest Contentful Paint (LCP) (อัปเดต 4 กันยายน 2025)
- Nielsen Norman Group · Website Forms Usability: Top 10 Recommendations (1 พฤษภาคม 2016)
- Forrester · The State of Business Buying, 2024 (4 ธันวาคม 2024)
—————————-
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาและทีมรับทำการตลาด เอเจนซี่โฆษณา สร้างยอดขายทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด ติดต่อเราเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี !!!
Tel : 094-616-3651
Line OA : @unicronet
#Unicronet #PerformanceMarketing #digital agency #เอเจนซี่โฆษณา #Marketing agency #ทำการตลาดออนไลน์ #Content marketing
ผู้เขียนบทความ

ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
Founder ของ Unicronet Agency และ Right Lane ทำงานกับทีมการตลาดขององค์กรมากว่า 10 ปี บนความเชื่อว่าทุกกลยุทธ์ต้องวัดผลย้อนกลับได้
วางแผนและดูแลแคมเปญบน Facebook Ads, Google Ads, TikTok, LINE, YouTube, Marketplace Ads และงาน SEO มาแล้วกว่า 500 แคมเปญ ให้กับแบรนด์ชั้นนำและบริษัทข้ามชาติ
งานที่ถนัดคือการออกแบบระบบหาลูกค้าให้ธุรกิจที่ปิดการขายยาก ตั้งแต่คุณภาพของลีดที่เข้ามา ต้นทุนต่อดีลที่ปิดได้จริง ไปจนถึงการโฆษณาในหมวดสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ โดยใช้ Martech และ AI เป็นเครื่องมือวัดผล
Google Partner · Meta Business Partner




